ดีเซลลงรับน้ำมันโลกขาลง กบน.ลดราคา 1.20 บาท หนุนค่าครองชีพ-กองทุนเริ่มฟื้น
ท่ามกลางสัญญาณอ่อนตัวของราคาพลังงานในตลาดโลก ไทยเริ่มเห็น ‘จังหวะผ่อนคลาย’ ด้านต้นทุนพลังงาน เมื่อคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดราคาน้ำมันดีเซลลง 1.20 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2569 เพื่อสะท้อนทิศทางราคาน้ำมันโลกที่เริ่มปรับตัวลดลง
การปรับครั้งนี้เกิดขึ้นหลังราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกปรับลดลงจากระดับประมาณ 172 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เหลือราว 155 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลภายในไม่กี่วัน สะท้อนแรงกดดันจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและความไม่แน่นอนด้านอุปสงค์พลังงาน ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบจำกัด
ลดดีเซล กระทบตรงค่าครองชีพ-ต้นทุนขนส่ง
การลดราคาดีเซลถือเป็น ‘ตัวแปรสำคัญ’ ที่ส่งผลต่อค่าครองชีพโดยตรง เนื่องจากดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักของภาคขนส่งและโลจิสติกส์ การปรับลดลง 1.20 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาดีเซล B7 อยู่ที่ 41.70 บาทต่อลิตร และ B20 อยู่ที่ 34.70 บาทต่อลิตร ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการขนส่งและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
แรงกดดันด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มผ่อนคลายในระยะสั้น โดยเฉพาะหมวดอาหารและสินค้าที่พึ่งพาการขนส่งเป็นหลัก ขณะที่ภาคธุรกิจค้าปลีกและบริการอาจได้อานิสงส์จากต้นทุนที่ลดลง
กองทุนน้ำมัน ‘เริ่มหายใจ’ หลังภาระลดฮวบ
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญคือ สถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น หลังภาระการอุดหนุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ต้องจ่ายสูงกว่า 1,200 ล้านบาทต่อวัน เหลือเพียงประมาณ 53.75 ล้านบาทต่อวัน
การปรับลดอัตราเงินกองทุนทั้งฝั่งดีเซลและเบนซินในรอบนี้ ไม่เพียงช่วยให้ราคาขายปลีกปรับตัวลง แต่ยังสะท้อนว่า “พื้นที่ทางนโยบาย” ของภาครัฐเริ่มกลับมา ซึ่งอาจเปิดทางให้สามารถบริหารราคาพลังงานได้ยืดหยุ่นมากขึ้นในระยะถัดไป
แนวโน้มยังผันผวน จับตาน้ำมันโลก-ภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตาม ทิศทางราคาน้ำมันในระยะต่อไปยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลก การตัดสินใจด้านกำลังการผลิตของประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
นักวิเคราะห์มองว่า การลดราคาครั้งนี้อาจเป็นเพียง “จังหวะพักตัว” มากกว่าการเข้าสู่ขาลงระยะยาว ทำให้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าราคาน้ำมันจะทรงตัวได้หรือกลับมาผันผวนอีกครั้ง
น้ำมันถูกลง แต่เกมพลังงานยังเปลี่ยน
ในอีกด้านหนึ่ง แม้ราคาน้ำมันจะปรับลดลงในระยะสั้น แต่แนวโน้มระยะยาวของโลกยังคงมุ่งสู่พลังงานสะอาดและการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานทางเลือกยังคงเป็นทิศทางหลักของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ “ความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง” ของพลังงานสะอาดยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้ราคาน้ำมันจะผ่อนคลายในบางช่วงเวลา
การปรับลดราคาดีเซลในครั้งนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนสถานการณ์พลังงานที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามสำคัญว่า ไทยจะใช้ ‘ช่วงเวลาน้ำมันขาลง’ เพื่อเร่งปรับโครงสร้างพลังงานได้มากเพียงใด ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ในระบบพลังงานโลก




