วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผย สสว. ดำเนินโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการเพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ปี 2566 ซึ่งดำเนินการเป็นปีแรก มีเป้าหมายในกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์และดิจิทัล ขานรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต
โดยได้ดำเนินการให้ความรู้กับผู้ประกอบการ เพื่อเป็นคู่ค้ากับภาครัฐในหลายกิจกรรม และมีโอกาสที่จะเข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้มากขึ้น
กล่าวด้วยว่า ปี 2566 นี้ สสว.ได้ดำเนินโครงการต่อเนื่อง ที่จะยกระดับผู้ประกอบการกลุ่มดิจิทัลและการแพทย์ มาเป็นคู่ค้ากับองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดภาครัฐ โดยได้ขยายขอบเขตของตลาด ไปยังหน่วยงานภาคเอกชนด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น ตั้งเป้าพัฒนาผู้ประกอบการ 100 ราย ผ่านกิจกรรม โรดโชว์เชื่อมโยงการค้าและกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ การพัฒนาตลาด
ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวด้วยว่า ปีที่ผ่านมา SMEs สามารถเข้าไปมีส่วนเป็นคู่ค้ากับภาครัฐในหลายกิจกรรม จากงบลงทุนภาครัฐกว่า 1.3 ล้านล้านบาท โดย SMEs มีส่วนอยู่ที่ 5.5 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30 โดยมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการแพทย์ มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท SMEs สามารถมีส่วนเพียง 1.2 หมื่นล้านบาท จึงมองว่า จากศักยภาพในปัจจุบัน ก็มีโอกาสที่จะขยายมูลค่าได้เพิ่มขึ้น โดยมีการประเมินมูลค่าของอุตสาหกรรมการแพทย์ ในปี 2570 จะสูงขึ้น อยู่ที่ 1.11 แสนล้านบาท
โดยได้ดำเนินการให้ความรู้กับผู้ประกอบการ เพื่อเป็นคู่ค้ากับภาครัฐในหลายกิจกรรม และมีโอกาสที่จะเข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้มากขึ้น
กล่าวด้วยว่า ปี 2566 นี้ สสว.ได้ดำเนินโครงการต่อเนื่อง ที่จะยกระดับผู้ประกอบการกลุ่มดิจิทัลและการแพทย์ มาเป็นคู่ค้ากับองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดภาครัฐ โดยได้ขยายขอบเขตของตลาด ไปยังหน่วยงานภาคเอกชนด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น ตั้งเป้าพัฒนาผู้ประกอบการ 100 ราย ผ่านกิจกรรม โรดโชว์เชื่อมโยงการค้าและกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ การพัฒนาตลาด
ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวด้วยว่า ปีที่ผ่านมา SMEs สามารถเข้าไปมีส่วนเป็นคู่ค้ากับภาครัฐในหลายกิจกรรม จากงบลงทุนภาครัฐกว่า 1.3 ล้านล้านบาท โดย SMEs มีส่วนอยู่ที่ 5.5 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30 โดยมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการแพทย์ มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท SMEs สามารถมีส่วนเพียง 1.2 หมื่นล้านบาท จึงมองว่า จากศักยภาพในปัจจุบัน ก็มีโอกาสที่จะขยายมูลค่าได้เพิ่มขึ้น โดยมีการประเมินมูลค่าของอุตสาหกรรมการแพทย์ ในปี 2570 จะสูงขึ้น อยู่ที่ 1.11 แสนล้านบาท

ด้าน เกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานสภาอุตสาหรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผย ดิจิทัล เป็นกระดูกสันหลังของทุกอุตสาหกรรม การจะเร่งกิจกรรมฟื้นฟู SMEs ทั่วประเทศ เพื่อก้าวสู่การเป็น Smart SMEs ก็จำเป็นต้องมีดิจิทัลเข้ามาสนับสนุน เพื่อให้ SMEs เข้าถึงงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้มากขึ้น โดยภาครัฐ จัดว่าเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ ที่แต่เดิมกล่าวได้ว่า SMEs เป็นคนตัวเล็ก โอกาสการเข้าถึง จึงมีน้อย แต่ในเมื่อมีการปรับระบบ เพื่อให้ SMEs ได้มีแต้มต่อ ก็สร้างโอกาสได้มากขึ้น
ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์และดิจิทัล เป็นตัวอย่างที่ดี ที่จะเพิ่มศักยภาพในการพัฒนา รองรับระบบสาธารณสุขที่มั่นคง เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ครบวงจร ซึ่งจะสามารถตอยอดถึงการผลิตยารักษาโรคเอง แทนการนำเข้าได้ในอนาคต ซึ่งถ้าหากมีแต้มต่อจาก สสว. ในการช่วยสนับสนุน ก็เชื่อว่า จะทำให้ผู้ประกอบการไทย มีช่องทาง และเข้าถึงงบประมาณภาครัฐได้มากขึ้น ช่วย SMEs เติบโตได้ในระยะยาว
ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์และดิจิทัล เป็นตัวอย่างที่ดี ที่จะเพิ่มศักยภาพในการพัฒนา รองรับระบบสาธารณสุขที่มั่นคง เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ครบวงจร ซึ่งจะสามารถตอยอดถึงการผลิตยารักษาโรคเอง แทนการนำเข้าได้ในอนาคต ซึ่งถ้าหากมีแต้มต่อจาก สสว. ในการช่วยสนับสนุน ก็เชื่อว่า จะทำให้ผู้ประกอบการไทย มีช่องทาง และเข้าถึงงบประมาณภาครัฐได้มากขึ้น ช่วย SMEs เติบโตได้ในระยะยาว




