เสนอย้อนศร เจ้าสัวฯ ‘แจกดิจิทัล’ ไม่กู้ เน้นเก็บภาษี

20 พ.ย. 2566 - 17:54

  • ธีรชัย เสนอย้อนศร เจ้าสัวธนินท์ เรื่องแจกเงินดิจิทัลหมื่นบาท “ไม่ต้องกู้ แต่เน้นเก็บภาษีเพิ่ม”

  • เสนอรัฐบาลเศรษฐา เก็บภาษีคนรวย ทั้งทรัพย์สิน ที่ดิน และหุ้น

digital_money_give_cp_thanin_SPACEBAR_Hero_bbd9cf17eb.jpg

หลังจากที่ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือซีพี ไปปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “90 ปี หอการค้าไทย กับการพัฒนาของเศรษฐกิจไทย” โดยแสดงทัศนะสนับสนุนแนวคิดของรัฐบาลในการออก พรบ.กู้เงินจำนวน 5 แสนล้านบาท เพื่อแจกเงินดิจิทัลหมื่นบาทให้กับคนไทย 50 ล้านคน โดยระบุว่า โดยส่วนตัวแล้วสนับสนุนแนวคิดเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการแจกเงิน

“วันนี้คนจนของเราส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร มีหนี้นอกระบบ ถึงเวลาที่ทุกพรรคการเมือง นักธุรกิจ ข้าราชการ ต้องมองประโยชน์ของประเทศเป็นหลักก่อน แล้วค่อยพูดถึงตัวเอง บริษัทมาทีหลัง ถ้าประเทศไม่มีกำลังซื้อ นักธุรกิจจะขายสินค้าให้ใคร”

เจ้าสัวธนินท์ ยังบอกอีกว่า การที่นายกฯ เศรษฐา จะกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้เงินดิจิทัล เป็นเรื่องที่ภาคเอกชนต้องช่วยกันพูดว่า ไม่ได้ช่วยคนยากจน แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากนักการเมือง นักธุรกิจ และบริษัทเอกชน ยึดประโยชน์ตัวเองเป็นที่ 3 ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองแน่ 

ปรากฏว่า เพจเฟซบุ๊ค ของนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ในฐานะประธานกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ โดยระบุว่า ต้องการเสนอแนวคิดต่อท่านนายกเศรษฐา ในการการออกกฏหมายเพื่อกู้เงินสำหรับโครงการนี้ ไม่ว่าในรูปพระราชบัญญัติ หรือในรูปพระราชกำหนด ที่อาจจะมีปัญหาต้องตีความทางกฎหมาย

ดังนั้น วิธีหาเงินสำหรับโครงการที่ตรงไปตรงมาที่สุด ก็คือการใช้แหล่งเงินจากงบประมาณ โดยวิธีจัดแหล่งเงินจากงบประมาณนั้น หากใช้หลักการ ในการจรจาขอลดงบประมาณของทุกกระทรวง ก็ดูจะเป็นเรื่องยาก จึงควรเปลี่ยนไปใช้หลักการ เพิ่มรายได้ **ด้วยการเก็บภาษีคนรวย**

สำหรับวิธีการเก็บภาษีคนรวยนั้น สามารถพิจารณาจัดเก็บตามแนวทางต่อไปนี้

1\. ภาษีอสังหาริมทรัพย์ 

โดยควรมีการเพิ่มอัตราภาษีอสังหาริมทรัพย์พิเศษ เพื่อสนับสนุนโครงการดิจิทัล Wallet ให้เป็นอัตราก้าวหน้า ยิ่งมูลค่าสูง ยิ่งกำหนดอัตราภาษีสูงขึ้น เป็นขั้นบันได สำหรับหลักการเก็บภาษี เน้นที่คนรวยนั้น ควรเพิ่มอัตราภาษีสูงเป็นพิเศษ เมื่อมูลค่าสูงกว่าปกติ

บันไดขั้นแรก เริ่มเก็บภาษีพิเศษ เช่น 3% ต่อปี สำหรับอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 500 ล้านบาทขึ้นไป บันไดขั้นที่สอง เพิ่มอัตราภาษีสูงขึ้น 5% ต่อปี สำหรับอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป บันไดขั้นที่สาม เพิ่มอัตราภาษีสูงขึ้นไปอีก 10% ต่อปี สำหรับอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 10,000 ล้านบาทขึ้นไป บันไดขั้นที่สี่ เพิ่มอัตราภาษีสูงขึ้นไปอีก 20% ต่อปี สำหรับอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 50,000 ล้านบาทขึ้นไป เป็นต้น

2\. ภาษีรถหรูหรา 

ควรเพิ่มภาษีอสังหาริมทรัพย์พิเศษ เพื่อสนับสนุนโครงการดิจิทัล Wallet ให้เป็นอัตราก้าวหน้าเช่นกัน บันไดขั้นแรก เก็บภาษีพิเศษ เช่น 3% ต่อปี สำหรับรถยนต์ราคา ex factory มูลค่า 5 ล้านบาทขึ้นไป บันไดขั้นที่สอง เพิ่มอัตราภาษีสูงขึ้น เช่น 5% ต่อปี สำหรับรถยนต์ราคา ex factory มูลค่า 7 ล้านบาทขึ้นไป บันไดขั้นที่สาม เพิ่มอัตราภาษีสูงขึ้น เช่น 10% ต่อปี สำหรับรถยนต์ราคา ex factory มูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป บันไดขั้นที่สี่ เพิ่มอัตราภาษีสูงขึ้น เช่น 20% ต่อปี สำหรับรถยนต์ราคา ex factory มูลค่า 20 ล้านบาทขึ้นไป เป็นต้น และให้ เก็บภาษีเครื่องบินส่วนตัว และเรือสำราญส่วนตัว ในทำนองเดียวกัน

3\. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 

ภาษีมูลค่าเพิ่ม ควรปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มพิเศษ เพื่อสนับสนุนโครงการดิจิทัล Wallet เฉพาะสำหรับสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือย เป็น 20%

4\. ภาษีซื้อขายหุ้น

ภาษีซื้อขายหุ้น ควรเก็บภาษีจาก มูลค่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เป็นพิเศษ เพื่อสนับสนุนโครงการดิจิทัล Wallet ในอัตรา 1%

5\. ตรวจสอบภาษีบรรดาผู้มีเงินได้อย่างเข้มข้น 

ควรตรวจภาษีเข้มข้น สำหรับบริษัทที่มีขนาดทรัพย์สินตั้งแต่ 1 หมื่นล้านบาทขึ้นไป โดยเฉพาะการทำธุรกรรมกับบริษัทในเครือ และการทำธุรกรรมที่เป็นการโอนเงินสด

นายธีระชัย ยังแสดงความเห็นอีกว่า ตามปฏิทินงบประมาณปีงบ 2567 ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 สำนักงบประมาณจะต้องเสนอกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท ให้ ครม.เห็นชอบ

ต่อมาวันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2566 สำนักงบประมาณพิจารณาการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณ 2567 และเสนอ ครม.เห็นชอบ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 และมอบให้สำนักงบประมาณรับฟังความเห็นในวันที่ 29 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2566  ผลการรับฟังความคิดเห็นจะเสนอ เสนอ ครม. วันที่ 12 ธันวาคม 2566 เพื่อรับทราบรับทราบผลการรับฟังความเห็น

หลังจากนั้น วันที่ 12-22 ธันวาคม 2566 สำนักงบประมาณ จัดพิมพ์ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 และเอกสารประกอบ และเสนอ ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2567 วันที่ 26 ธันวาคม 2566

ดูตามไทม์ไลน์ดังกล่าว จึงยังมีเวลาและโอกาส ที่รัฐบาลจะปรับเปลี่ยนงบประมาณด้านรายได้เสียใหม่ เพื่อทำให้คนรวยในประเทศไทย เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการดิจิทัล Wallet ซึ่งประชาชนทั่วไป น่าจะยินดีในแนวทางนี้ และบรรดาคนรวยก็น่าจะยินดีปฏิบัติด้วยดังที่ท่านเจ้าสัวกล่าวเอาไว้ ว่าต้องมองประโยชน์ของประเทศเป็นหลักก่อน แล้วค่อยพูดถึงตัวเอง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์