มะนาวแพง! โดยปกติจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้ง หรือประมาณเดือนเมษายน แต่ขณะนี้ยังไม่ทันผ่านพ้นหน้าหนาว มะนาวก็ปรับราคาขึ้นต่อกระสอบ เข้าหลักพันบาทกันเลยทีเดียว เรื่องนี้จึงกลายเป็นไวรัลมะนาวแพง ที่จังหวัดขอนแก่น ตลอด 5 วันที่ผ่านมา และทำให้กระทรวงพาณิชย์ เร่งตรวจสอบใกล้ชิด
อุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า จากการตรวจสอบตลอดช่วงที่ผ่านมาพบว่า ปัญหาราคามะนาวแพงที่มาเกิดในช่วงนี้ ‘เป็นไปตามอุปสงค์และอุปทานของตลาด’ ปัจจัยหลักอยู่ที่ การไม่มีมะนาวเข้าสู่ตลาด ซึ่งเกิดขึ้นในบางจังหวัด จึงทำให้จังหวัดนั้นๆ จำเป็นต้องสั่งมะนาวจากแหล่งผลิตอื่นเข้ามาจำหน่าย ประกอบกับในช่วงฤดูหนาวมะนาวเติบโตช้า ผลผลิตจึงออกสู่ตลาดลดลง ขณะความต้องการของผู้บริโภคยังเท่าเดิม
ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหามะนาวแพงในช่วงนี้ ได้สั่งการประสานกับทางพาณิชย์จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตมะนาวเพื่อเชื่อมโยงนำผลผลิตมะนาวมาจำหน่ายในพื้นที่ เพื่อป้องกันการขาดแคลนและให้มีเพียงพอต่อความต้องการของตลาดในพื้นที่ต่อไป
“มะนาวแพงช่วงนี้ก็เป็นไปตามกลไกของตลาด เมื่อผลผลิตออกมาน้อย ราคาก็ย่อมสูงขึ้นเป็นธรรมดา แต่ผู้บริโภคก็ยังมีทางเลือก เพราะมะนาวบางพันธุ์ราคาก็ยังไม่สูงมาก อาจมีข้อด้อยบ้าง เช่นเปลือกหนา น้ำน้อยไปบ้าง ถ้าอยากได้พันธุ์ดีก็ต้องยอมควักจ่าย ยืนยันว่าช่วงนี้มะนาวยังไม่ขาดตลาด แต่หากพบผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้า ขายแพงเกินจริง ก็จะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด” รองอธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวย้ำ
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการสำรวจราคามะนาวของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ล่าสุด (ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2565) พบว่า
รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวด้วยว่า ในส่วนของ จ.ขอนแก่น และ จ.อุทัยธานี ที่มีปัญหานั้น ล่าสุด กรมการค้าภายในได้นำมะนาวมาจำหน่ายให้กับประชาชนเพิ่มจำหน่ายจังหวัดละ 4-5 จุด สนนในราคาลูกละ 1.50-2.00 บาท เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ช่วยลดภาระค่าครองชีพ และได้รับความสนใจจากประชาชนผู้บริโภคจำนวนมาก
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์และแจกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 69 พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เรื่อง การแสดงราคาสินค้าและบริการ พร้อมทั้งได้เน้นย้ำ ให้ผู้จำหน่ายปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน และให้ถือปฏิบัติตามประกาศฯ ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด หากผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืน จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 28 และมีโทษตามมาตรา 40 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
ส่วนกรณีประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ จะมีการตรวจสอบให้ความเป็นธรรมในทุกกรณี หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป
อุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า จากการตรวจสอบตลอดช่วงที่ผ่านมาพบว่า ปัญหาราคามะนาวแพงที่มาเกิดในช่วงนี้ ‘เป็นไปตามอุปสงค์และอุปทานของตลาด’ ปัจจัยหลักอยู่ที่ การไม่มีมะนาวเข้าสู่ตลาด ซึ่งเกิดขึ้นในบางจังหวัด จึงทำให้จังหวัดนั้นๆ จำเป็นต้องสั่งมะนาวจากแหล่งผลิตอื่นเข้ามาจำหน่าย ประกอบกับในช่วงฤดูหนาวมะนาวเติบโตช้า ผลผลิตจึงออกสู่ตลาดลดลง ขณะความต้องการของผู้บริโภคยังเท่าเดิม
ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหามะนาวแพงในช่วงนี้ ได้สั่งการประสานกับทางพาณิชย์จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตมะนาวเพื่อเชื่อมโยงนำผลผลิตมะนาวมาจำหน่ายในพื้นที่ เพื่อป้องกันการขาดแคลนและให้มีเพียงพอต่อความต้องการของตลาดในพื้นที่ต่อไป
“มะนาวแพงช่วงนี้ก็เป็นไปตามกลไกของตลาด เมื่อผลผลิตออกมาน้อย ราคาก็ย่อมสูงขึ้นเป็นธรรมดา แต่ผู้บริโภคก็ยังมีทางเลือก เพราะมะนาวบางพันธุ์ราคาก็ยังไม่สูงมาก อาจมีข้อด้อยบ้าง เช่นเปลือกหนา น้ำน้อยไปบ้าง ถ้าอยากได้พันธุ์ดีก็ต้องยอมควักจ่าย ยืนยันว่าช่วงนี้มะนาวยังไม่ขาดตลาด แต่หากพบผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้า ขายแพงเกินจริง ก็จะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด” รองอธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวย้ำ
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการสำรวจราคามะนาวของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ล่าสุด (ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2565) พบว่า
- ตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล ราคามะนาวเบอร์ 2 ขายปลีกลูกละ 3-3.50 โดยราคายังคงทรงตัวมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน
- ตลาดภาคกลาง เหนือ และใต้ ราคาขายปลีกเฉลี่ยลูกละ 0.5-3.5 บาท
- ตลาดภาคอีสาน ราคาปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากไม่ใช่แหล่งเพาะปลูกมะนาวทำให้ผลผลิตเข้าสู่พื้นที่น้อย ต้องมีการนำมะนาวนอกพื้นที่เข้ามาเสริม ราคาจึงปรับเพิ่มเฉลี่ยลูกละ 1.5 บาท
รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวด้วยว่า ในส่วนของ จ.ขอนแก่น และ จ.อุทัยธานี ที่มีปัญหานั้น ล่าสุด กรมการค้าภายในได้นำมะนาวมาจำหน่ายให้กับประชาชนเพิ่มจำหน่ายจังหวัดละ 4-5 จุด สนนในราคาลูกละ 1.50-2.00 บาท เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ช่วยลดภาระค่าครองชีพ และได้รับความสนใจจากประชาชนผู้บริโภคจำนวนมาก
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์และแจกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 69 พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เรื่อง การแสดงราคาสินค้าและบริการ พร้อมทั้งได้เน้นย้ำ ให้ผู้จำหน่ายปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน และให้ถือปฏิบัติตามประกาศฯ ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด หากผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืน จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 28 และมีโทษตามมาตรา 40 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
ส่วนกรณีประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ จะมีการตรวจสอบให้ความเป็นธรรมในทุกกรณี หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป



