ในยุคที่ ‘สุขภาพ’ ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่กลายเป็น เศรษฐกิจสร้างมูลค่า ที่ทั่วโลกจับตามอง ประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านสมุนไพร บริการดูแลสุขภาพ และนวัตกรรมความงาม กำลังเดินเกมรุกเพื่อยกระดับ ‘สินค้าและบริการสุขภาพ’ ให้เป็น Soft Power ที่แข่งขันได้ในตลาดโลก
ล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ นำโดย สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมฯ พร้อมทีมผู้บริหาร ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าและบริการสุขภาพไทย ระหว่างวันที่ 2–3 สิงหาคม 2568 เพื่อปักธงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ร่วมพัฒนาสินค้าไทยสู่ตลาดศักยภาพ 4 ประเทศ คือ ไต้หวัน ญี่ปุ่น รัสเซีย และซาอุดีอาระเบีย
สุนันทาเปิดเผยว่า “สุขภาพ” คือเมกะเทรนด์ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับจุดแข็งของไทย ทั้งด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอางธรรมชาติ อาหารสุขภาพ ไปจนถึงบริการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และการแพทย์ทางเลือก

“DITP ให้กลุ่มสินค้าและบริการสุขภาพเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ โดยเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากนวัตกรรม การแปรรูป และการสร้างแบรนด์ไทยให้แข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน”
— อธิบดี DITP กล่าว
สำหรับปี 2568–2569 DITP ได้กำหนดแผนปฏิบัติการเชิงรุก เช่น การส่งคณะผู้แทนการค้าไทยไปยังจีน ญี่ปุ่น การเข้าร่วมงานระดับโลกอย่าง Osaka Expo 2025 และ THAIFEX – Anuga Asia 2025 รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมแบรนด์ไทยใน Cosmoprof Asia 2025 ที่ฮ่องกง ภายใต้แคมเปญ ‘The Thai Herbs LEVEL UP’ เพื่อปั้นสมุนไพรไทยให้เป็นสินค้าระดับพรีเมียม
กิจกรรมในอยุธยายังรวมถึงการลงพื้นที่ศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ณ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) และฟังการบรรยายจาก ดร.บังอร เกียรติธนากร ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและน้ำหอม ในหัวข้อ “การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพสู่ซอฟต์พาวเวอร์ที่ยั่งยืน”

สุนันทาย้ำว่า เป้าหมายของ DITP ไม่ใช่เพียงแค่ส่งออกสินค้าให้มากขึ้น แต่ต้อง เปลี่ยนภาพลักษณ์สินค้าไทยให้เป็นที่ยอมรับ ในระดับโลก ด้วยคุณภาพ มาตรฐาน และเรื่องราวที่สื่อถึงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
“DITP พร้อมเดินตามนโยบาย ‘ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย’ ของนายจตุพร บุรษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเร่งปั้นสินค้าและบริการสุขภาพไทยให้ขึ้นแท่น Soft Power ที่สร้างรายได้จริง แข่งขันได้จริง และยั่งยืนต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว”
— อธิบดี DITP กล่าว





