เวทีความรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมการส่งออกสู่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดขึ้น เพื่อสานต่อการส่งออกมังคุดไทย หลังญี่ปุ่นเตรียมผ่อนกฎเกณฑ์การนำเข้ามังคุดไทยให้ “ไม่ต้องผ่านการกำจัดศัตรูพืชด้วยกระบวนการอบไอน้ำ (Vapor Heat Treatment)” ที่จะเป็นโอกาสที่ดีของมังคุดไทย สามารถขยายปริมาณการส่งออกได้มากขึ้น
ภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผย มาตรการ “ไม่ต้องผ่านการกำจัดศัตรูพืชด้วยกระบวนการอบไอน้ำ” ที่กำลังจะมีขึ้น ทราบมาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่ามาตรการดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของฝ่ายญี่ปุ่น และคาดว่าน่าจะเริ่มประกาศใช้ภายในเดือนสิงหาคมนี้
นั่นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ไทยต้องใช้เวลาช่วงนี้ เร่งเครื่องเตรียมพร้อมมังคุดไทย ซึ่งไม่เพียงจัดเวทีให้ความรู้เท่านั้น แต่ยังได้สั่งการไปยังทูตพาณิชย์ให้เร่งผลักดันมังคุดเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ในทันที เพื่อขยายมูลค่าการส่งออกและช่วยสร้างราคาที่ดีให้แก่มังคุดของไทย และเพื่อขยายตลาดสำหรับผลไม้ไปยังตลาดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพิงเฉพาะตลาดเดิมของมังคุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศจีนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยังเชื่อว่ากิจกรรมในวันนี้จะนำไปสู่การขยายการส่งออกมังคุดเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีกเป็นหลักพันตันในอนาคตอันใกล้นี้ได้อย่างแน่นอน
ซึ่งทันทีที่ได้รับการประสานมาจากทูตพาณิชย์ ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ทางสำนักงานจึงได้ทำการคัดเลือกเกษตรกรที่มีความพร้อมในการส่งออก และผ่านกระบวนการผลิตที่ถูกสุขลักษณะโดยปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) มาให้พบปะเจรจาการค้ากับผู้ซื้อชาวญี่ปุ่น ซึ่งจากผลที่ได้รับนั้น นอกจากเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดภาคใต้จะรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมการส่งออกมังคุดเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นแล้ว การได้รับคำสั่งซื้อมังคุดจากจังหวัดนครศรีธรรมราชให้สามารถก้าวเข้าไปปักธงในตลาดญี่ปุ่นได้ในครั้งนี้นั้น ยังถือว่าเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรที่น่าภาคภูมิใจของจังหวัดอย่างยิ่งอีกด้วย
ซึ่งหลังจากนี้ก็จะทำงานประสานกับทูตพาณิชย์ ประจำประเทศญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อหาแนวทางขยายตลาดเพื่อให้สามารถรองรับผลผลิตมังคุดที่กำลังออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในเดือนหน้าได้ต่อไป
ภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผย มาตรการ “ไม่ต้องผ่านการกำจัดศัตรูพืชด้วยกระบวนการอบไอน้ำ” ที่กำลังจะมีขึ้น ทราบมาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่ามาตรการดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของฝ่ายญี่ปุ่น และคาดว่าน่าจะเริ่มประกาศใช้ภายในเดือนสิงหาคมนี้
นั่นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ไทยต้องใช้เวลาช่วงนี้ เร่งเครื่องเตรียมพร้อมมังคุดไทย ซึ่งไม่เพียงจัดเวทีให้ความรู้เท่านั้น แต่ยังได้สั่งการไปยังทูตพาณิชย์ให้เร่งผลักดันมังคุดเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ในทันที เพื่อขยายมูลค่าการส่งออกและช่วยสร้างราคาที่ดีให้แก่มังคุดของไทย และเพื่อขยายตลาดสำหรับผลไม้ไปยังตลาดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพิงเฉพาะตลาดเดิมของมังคุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศจีนอีกด้วย
เผยแผนดันมังคุดไทยเข้าตลาดญี่ปุ่น
ฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ระบุ ที่ผ่านมา ประเทศญี่ปุ่นจะมีการนำเข้ามังคุดจากประเทศไทยสูงสุดเพียงปีละ 100 ตัน เหตุจากมังคุดที่จำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นนั้น จะต้องผ่านกระบวนการอบไอน้ำก่อน ซึ่งส่งผลให้มังคุดไทยที่วางขายอยู่มีราคาแพงตามต้นทุนที่สูงขึ้น และความร้อนก็ได้ทำให้มังคุดมีความอร่อยลดน้อยลงและผลมังคุดก็ดูไม่สวยไม่น่ารับประทานมากนัก และการที่ฝ่ายญี่ปุ่นยอมลดหย่อนมาตรการในครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นการเปิดประตูมังคุดไทยสู่ตลาดญี่ปุ่นครั้งสำคัญ เพราะต่อไปชาวญี่ปุ่นจะได้รับประทานมังคุดที่ทั้งอร่อยและมีราคาขายในญี่ปุ่นที่ไม่สูงมากเท่าเดิมแล้วนักธุรกิจญี่ปุ่น เห็นกับตา มังคุดไทยดี
งานนี้กรมการค้าต่างประเทศ ยังนำคณะนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นระดับ CEO ของบริษัทผู้นำเข้าผลไม้รายใหญ่ อาทิ บริษัท Green Farm Co.,Ltd., บริษัท Bay commerce Co., Ltd และบริษัท Oisix ra daichi Inc ให้ร่วมเดินทางไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้ชิมว่ามังคุดของไทยที่ไม่ได้ผ่านการอบไอน้ำนั้นมีรสชาติอร่อยเพียงใด อีกทั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่กลุ่มผู้ซื้อว่าประเทศไทยนั้นเป็นแหล่งผลิตมังคุดที่มีระบบควบคุมคุณภาพที่ดีอีกด้วย ซึ่งผลก็คือกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่นนั้นประทับใจในมังคุดของบ้านเราอย่างมาก พร้อมกับสั่งออเดอร์เพื่อเข้าไปเปิดตลาดทันที 300 ตัน หลังจากนี้ ก็ได้เตรียมแผนจัดกิจกรรมโปรโมทมังคุด เพื่อเพิ่มยอดขายในตลาดญี่ปุ่นโดยทันทีอย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยังเชื่อว่ากิจกรรมในวันนี้จะนำไปสู่การขยายการส่งออกมังคุดเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีกเป็นหลักพันตันในอนาคตอันใกล้นี้ได้อย่างแน่นอน
เกษตรกรฯ เฮ! ยกระดับผลผลิตเพื่อส่งออก
ประไพ เพชรพงศ์พันธ์ พาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังตอกย้ำ มังคุดถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยนอกจากจังหวัดจะเป็นแหล่งผลิตมังคุดจำนวนมากที่สุดจังหวัดหนึ่งของไทยแล้ว ด้วยพื้นที่ปลูกที่ติดกับเทือกเขาซึ่งเหมาะสมกับการเพาะปลูกมังคุดอย่างยิ่ง ยังทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพสูงและมีรสชาติดีเยี่ยมอีกด้วยซึ่งทันทีที่ได้รับการประสานมาจากทูตพาณิชย์ ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ทางสำนักงานจึงได้ทำการคัดเลือกเกษตรกรที่มีความพร้อมในการส่งออก และผ่านกระบวนการผลิตที่ถูกสุขลักษณะโดยปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) มาให้พบปะเจรจาการค้ากับผู้ซื้อชาวญี่ปุ่น ซึ่งจากผลที่ได้รับนั้น นอกจากเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดภาคใต้จะรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมการส่งออกมังคุดเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นแล้ว การได้รับคำสั่งซื้อมังคุดจากจังหวัดนครศรีธรรมราชให้สามารถก้าวเข้าไปปักธงในตลาดญี่ปุ่นได้ในครั้งนี้นั้น ยังถือว่าเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรที่น่าภาคภูมิใจของจังหวัดอย่างยิ่งอีกด้วย
ซึ่งหลังจากนี้ก็จะทำงานประสานกับทูตพาณิชย์ ประจำประเทศญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อหาแนวทางขยายตลาดเพื่อให้สามารถรองรับผลผลิตมังคุดที่กำลังออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในเดือนหน้าได้ต่อไป



