รมช.เกษตรฯ จ่อปรับ MOU รับซื้อน้ำนมดิบ อ.ส.ค. แก้สต๊อกล้น ย้ำไม่กระทบเกษตรกรโคนม
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมทบทวนข้อตกลงการรับซื้อน้ำนมดิบขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) หลังพบปัญหาสต๊อกนมคงคลังค้างจำนวนมาก ขณะที่องค์กรประสบภาวะขาดทุนสะสมหลายปี พร้อมยืนยันการปรับแผนต้องไม่กระทบเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม
วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีกระทรวงเกษตรฯ ส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหานมหมดอายุค้างสต๊อกของ อ.ส.ค. จังหวัดปทุมธานี หลังพบปริมาณสะสมกว่า 2.4 ล้านหีบ หรือประมาณ 94 ล้านกล่อง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 - พฤษภาคม 2569 ว่า สาเหตุสำคัญมาจากปัญหาสภาพคล่องและการขาดทุนสะสมของ อ.ส.ค. ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายปี
โดยนมไทย-เดนมาร์คของ อ.ส.ค. มีการแบ่งสถานะสินค้าเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ โซนเหลือง โซนแดง และโซนเขียว ซึ่งสะท้อนระดับอายุสินค้า ตั้งแต่นมที่หมดอายุแล้ว นมใกล้หมดอายุ และนมที่ยังสามารถจำหน่ายได้ตามปกติ
สำหรับนมที่หมดอายุแล้ว ยืนยันว่าจะไม่นำกลับมาจำหน่ายให้ผู้บริโภค แต่จะพิจารณานำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น เช่น การผลิตปุ๋ยร่วมกับหน่วยงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อช่วยลดต้นทุนการกำจัด ซึ่งเดิมมีค่าใช้จ่ายทั้งด้านการขนย้ายและการทำลายสินค้า
วัชระพล กล่าวว่า ในส่วนของการรับซื้อน้ำนมดิบตามบันทึกข้อตกลง (MOU) ปัจจุบัน อ.ส.ค. รับซื้อน้ำนมดิบเกินกว่าข้อตกลงอยู่ประมาณ 400 ตันต่อวัน ขณะที่ปริมาณการใช้จริง ทั้งการจำหน่ายและโครงการนมโรงเรียน อยู่ที่ประมาณ 300 กว่าตันต่อวัน ทำให้ยังมีส่วนเกินราว 80 ตันต่อวัน ที่ต้องนำเข้าสู่กระบวนการผลิตและจัดเก็บในสต๊อก
“ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ระหว่างทบทวนการปรับปรุง MOU เรื่องการรับซื้อน้ำนมดิบ แต่หลักสำคัญคือ ต้องไม่ให้กระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เพราะหาก อ.ส.ค. เดินหน้าต่อได้ เกษตรกรก็สามารถเดินหน้าต่อได้เช่นกัน”
— วัชระพล กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ระหว่างเร่งหาแนวทางบริหารจัดการทั้งระบบ ตั้งแต่การรับซื้อน้ำนมดิบ การผลิต การบริหารสต๊อก และการสร้างสมดุลระหว่างภารกิจของ อ.ส.ค. กับความมั่นคงด้านอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมนมไทยในระยะยาว




