เชิดชาย ปิติวัชรากุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (EASTW) ยืนยัน ส่งคืนพื้นที่และทรัพย์สินในโครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล – หนองค้อ และโครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ – แหลมฉบัง (ระยะที่ 2) ให้กรมธนารักษ์ เพื่อให้บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูลรายใหม่ในสัญญาสัมปทาน เข้าดำเนินการแน่ โดยทาง EASTW ได้ทำแผนส่งไปยังกรมธนารักษ์แล้ว แต่ยังต้องรอหารือรายละเอียด เพื่อให้การส่งมอบพื้นที่และทรัพย์สินเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่กระทบต่อผู้ใช้น้ำ
“เรามีแผนการส่งมอบส่งให้กรมธนารักษ์แล้ว โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะ 30 วัน 60 วัน และ 180 วัน นับจากวันที่ได้ข้อสรุป แต่ยังไม่ได้การตอบรับจากกระทรวงคลังว่าจะสรุปให้ส่งมอบอย่างไร เนื่องจาก มีพื้นที่บางส่วนที่ทับซ้อนกันอยู่ระหว่างกรมธนารักษ์ และอีสท์ วอเตอร์ ซึ่งจะต้องมีการกำหนดข้อตกลงประเด็นพื้นที่ทับซ้อนและสิทธิในการใช้งานร่วมกัน ยืนยันว่าเรายินดีที่จะให้ความร่วมมือ และได้มีการหารือกันอยู่ประจำ ทั้งแผนงาน และการตรวจสอบทรัพย์สินว่ายังใช้งานได้ หรือไม่ได้” เชิดชาย กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากที่สุดแล้วมีคำสั่งฉุกเฉินให้ส่งมอบทันที อีสท์วอเตอร์ก็พร้อมดำเนินการตามคำสั่ง แต่หากหลังจากส่งมอบไปแล้ว เกิดอะไรขึ้น คงไม่มีส่วนรับผิดชอบ
สำหรับโครงการที่จะส่งมอบพื้นที่ให้กรมธนารักษ์ มี 3 โครงการ ประกอบด้วย
“เรามีแผนการส่งมอบส่งให้กรมธนารักษ์แล้ว โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะ 30 วัน 60 วัน และ 180 วัน นับจากวันที่ได้ข้อสรุป แต่ยังไม่ได้การตอบรับจากกระทรวงคลังว่าจะสรุปให้ส่งมอบอย่างไร เนื่องจาก มีพื้นที่บางส่วนที่ทับซ้อนกันอยู่ระหว่างกรมธนารักษ์ และอีสท์ วอเตอร์ ซึ่งจะต้องมีการกำหนดข้อตกลงประเด็นพื้นที่ทับซ้อนและสิทธิในการใช้งานร่วมกัน ยืนยันว่าเรายินดีที่จะให้ความร่วมมือ และได้มีการหารือกันอยู่ประจำ ทั้งแผนงาน และการตรวจสอบทรัพย์สินว่ายังใช้งานได้ หรือไม่ได้” เชิดชาย กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากที่สุดแล้วมีคำสั่งฉุกเฉินให้ส่งมอบทันที อีสท์วอเตอร์ก็พร้อมดำเนินการตามคำสั่ง แต่หากหลังจากส่งมอบไปแล้ว เกิดอะไรขึ้น คงไม่มีส่วนรับผิดชอบ
สำหรับโครงการที่จะส่งมอบพื้นที่ให้กรมธนารักษ์ มี 3 โครงการ ประกอบด้วย
- โครงการท่อส่งน้ำดอกราย มาบตาพุด สัตหีบ จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 31 ธันวาคม 2566
- โครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล - หนองค้อ
- โครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ - แหลมฉบัง (ระยะที่2)

ชี้กรณีปัญหา กระทบผลประกอบการไม่มาก และไม่ถึงขั้นขาดทุน
เชิดชาย ยังเชื่อมั่น กรณีที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการถึงขั้นขาดทุน แม้อาจมีผลบ้างแต่เชื่อว่าจะไม่มาก เนื่องจากบริษัทยังมีแผนลงทุนต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อภาพรวมรายได้เบื้องต้น EASTW ประเมินว่าในปี 2566 จะมีรายได้มากกว่าปี 2565 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะมาจากปริมาณการจำหน่ายน้ำโดยรวมทั้งปี ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 3-5% ประกอบกับปีนี้จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลให้ปริมาณน้ำตามธรรมชาติน้อยลง จึงทำให้ครัวเรือนและธุรกิจมีความจำเป็นต้องซื้อน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเพิ่มมากขึ้นด้วย
ขณะเดียวกัน บริษัทยังตั้งเป้าหมายสัดส่วนการใช้น้ำของกลุ่มภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเป็น 10-15% ในปี 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 5%

บริษัทได้คาดการณ์การปริมาณการใช้น้ำของผู้ใช้น้ำในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า โดยวางแผนการลงทุนก่อสร้างตั้งแต่ปี 2564 สร้างท่อส่งน้ำสายหลักที่ลงทุนเพิ่มไว้ความยาวรวม 136 กิโลเมตร แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย
- โครงการระบบท่อส่งน้ำมาบตาพุด-สัตหีบ ความยาว 26.70 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวม 1,321 ล้านบาท เริ่มโครงการก่อสร้างตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 และคาดว่าจะพร้อมส่งจ่ายน้ำภายในเดือนพฤศจิกายน 2566
- โครงการระบบท่อส่งน้ำหนองปลาไหล-หนองค้อ-แหลมฉบัง ความยาวรวม 67.14 กิโลเมตร พร้อมลงทุนก่อสร้างสถานีสูบน้ำเพิ่มแรงดัน โดยเริ่มก่อสร้างแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 และคาดว่าจะพร้อมส่งน้ำได้บางส่วนในต้นปี 2566 และจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมใช้งานทั้งหมดก่อนสิ้นปีนี้ วงเงินลงทุนรวมประมาณ 4,201 ล้านบาท

ซึ่งการลงทุนวางท่อส่งน้ำสายหลักในครั้งนี้ สามารถรองรับความต้องการของผู้ใช้น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยเชื่อมโยงแหล่งน้ำสำคัญในภาคตะวันออกเกือบทั้งหมดเป็นโครงข่ายท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ (Water Grid) ที่สมบูรณ์มากขึ้น
อีสท์ วอเตอร์ แจง คิดราคาอัตราค่าน้ำ ตามเรตที่เหมาะสม
เชิดชาย ยังย้ำถึงการคิดราคาค่าใช้น้ำด้วยว่า คิดตามราคาที่เหมาะสม ไม่ใช่เก็บค่าน้ำในอัตราที่สูงถึง 30 บาทอย่างที่เป็นข่าว แจงโครงสร้างราคาค่าน้ำ เป็นแบบอัตราคงที่ คือ น้ำอุปโภค บริโภค คิดราคา 9.90 บาทต่อลูกบาศ์กเมตร (ลบ.ม.) และภาคอุตสาหกรรม พื้นที่ระยอง ปลวกแดง 11.50 บาทต่อ ลบ.ม . ในพื้นที่ชลบุรี ฉะเชิงเทรา 12.50 บาทต่อ ลบ.ม. โดยในส่วนราคาภาคอุตสาหกรรมอาจจะมีเก็บเพิ่มในอัตราอื่นตามสัญญาที่ตกลงกัน หากต้องมีลงทุนเพิ่มขึ้นอยู่กับสัญญาเช่นกัน
“ผมคิดว่า หลังจากส่งมอบพื้นที่ให้กรมธนารักษ์แล้ว อาจจะไม่กระทบกับเรามากนัก ขึ้นกับผู้บริโภคใช้น้ำว่าจะเลือกใช้บริการกับใคร ถ้าเลือกราคา ก็อาจจะไปที่บริษัทใหม่ที่เสนอราคา 9.50 บาทต่อ ลบ.ม. แต่อีสท์ วอเตอร์ คิดราคา 9.90 บาทต่อ ลบ.ม. แต่เรามีความมั่นคงในการบริหารจัดการมีระบบสำรองน้ำที่มั่นใจว่าน้ำจะไม่หยุดไหลแน่นอน เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ใช้น้ำ”
สำหรับคดีการฟ้องร้องนั้น เชิดชาย บอกว่า ขณะนี้ศาลปกครองยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ที่ EASTW ยื่นฟ้องศาลปกครองเรื่องการยกเลิกกระบวนการคัดเลือกประมูลโครงการท่อส่งน้ำ EEC ครั้งที่ 1 และการคัดเลือกผู้ชนะประมูล ครั้งที่ 2 ซึ่งประเด็นนี้ อยากให้รอฟังคำตัดสินจากศาลออกมาก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อกรมธนารักษ์ และเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องค่าเสียหาย
“อยากให้ศาลตัดสินก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายทั้งภาครัฐ ไม่ให้เสี่ยงต่อการจะถูกฟ้องร้องค่าเสียหาย หรือค่าโง่ ไม่ว่าจะตัดสินในทางใดทางหนึ่ง หากมีค่าเสียหายเกิดขึ้น อาจจะเกิดผลกระทบกับภาครัฐ หรือบริษัท ดังนั้นควรรอให้มีคำตัดสินชัดเจนจะดีที่สุด แต่หากเราถูกกำหนดให้ส่งมอบแบบฉุกเฉิน เราก็ต้องดำเนินการตาม แต่ผลกระทบก็คงต้องเตรียมแผนให้ชดเจน” เชิดชาย กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับคดีการฟ้องร้องนั้น เชิดชาย บอกว่า ขณะนี้ศาลปกครองยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ที่ EASTW ยื่นฟ้องศาลปกครองเรื่องการยกเลิกกระบวนการคัดเลือกประมูลโครงการท่อส่งน้ำ EEC ครั้งที่ 1 และการคัดเลือกผู้ชนะประมูล ครั้งที่ 2 ซึ่งประเด็นนี้ อยากให้รอฟังคำตัดสินจากศาลออกมาก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อกรมธนารักษ์ และเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องค่าเสียหาย
“อยากให้ศาลตัดสินก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายทั้งภาครัฐ ไม่ให้เสี่ยงต่อการจะถูกฟ้องร้องค่าเสียหาย หรือค่าโง่ ไม่ว่าจะตัดสินในทางใดทางหนึ่ง หากมีค่าเสียหายเกิดขึ้น อาจจะเกิดผลกระทบกับภาครัฐ หรือบริษัท ดังนั้นควรรอให้มีคำตัดสินชัดเจนจะดีที่สุด แต่หากเราถูกกำหนดให้ส่งมอบแบบฉุกเฉิน เราก็ต้องดำเนินการตาม แต่ผลกระทบก็คงต้องเตรียมแผนให้ชดเจน” เชิดชาย กล่าวทิ้งท้าย



