การเดินทางมาเยือนของ 29 บริษัทค้าข้าว ภายใต้สมาคมพ่อค้าข้าวฮ่องกง เดินทางไปดูแหล่งเพาะปลูกข้าว เยี่ยมชมการผลิตและการแปรรูปข้าวไทยจังหวัดขอนแก่น รวมทั้งทดลองชิมข้าวหลากหลายสายพันธุ์ ที่ศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดขอนแก่นได้หุงเตรียมไว้ให้ลองลิ้มรส มีทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวกล้อง และข้าวทับทิมชุมแพ ซึ่งเป็นข้าวชนิดใหม่ที่นำเสนอให้กับผู้ค้าข้าวชาวฮ่องกง ถือเป็นการเปิดตลาดให้กับผู้ค้าสำคัญของไทยด้วย


ข้าวสายพันธุ์ทับทิมชุมแพ นับว่าเป็นสายพันธุ์ลูกครึ่งภาคอีสานกับภาคใต้ ชนะ ศรีสมภาร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น กล่าวว่า พันธุ์ข้าวทับทิมชุมแพถูกพัฒนาโดยศูนย์วิจัยช้าวชุมแพ ผลงานของ ‘รณชัย ช่างศรี’ ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมข้าว ก่อนนำไปทดลองปลูกครั้งแรกที่ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ จ.ขอนแก่น
โดยมาจากข้าวสายพันธุ์อีสานอย่างหอมมะลิ 105 และข้าวสายพันธุ์ใต้อย่างสังข์หยดพัทลุง ได้ข้าวพันธุ์ใหม่เป็นพันธุ์ทับทิมชุมแพ มีลักษณะเด่น คือ เยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงคล้ายสีของทับทิม ไม่ไวต่อแสงสามารถปลูกได้ในพื้นที่ที่มีน้ำตลอดปี ทรงต้นเตี้ย ไม่หักล้มง่าย ให้ผลผลิตสูง ลักษณะเมล็ดข้าวเมื่อหุงสุกจะมีสีแดงคล้ายทับทิม เมื่อหุงสุกจะเป็นข้าวนุ่ม หอม มีรสชาติดี


จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่นพบว่า ข้าวทับทิมชุมแพมีสารแอนโทไซยานิน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านทานโรคเบาหวานได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถรับประทานได้ และช่วยลดความดันโลหิตจากไขมันในเลือดสูง จึงได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ เกษตรกรเริ่มปลูกและใช้ประโยชน์ในปี 2558
สำหรับจังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่ปลูกประมาณ 1.6 หมื่นไร่ ผลผลิตประมาณ 8,000 ตัน จึงยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด


“ในประเทศไทยมีข้าวสีหลากหลายสายพันธุ์ที่มีความน่าสนใจ ซึ่งข้าวทับทิมชุมแพเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่นักวิจัยได้พัฒนาขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกร ในส่วนของศูนย์นั้นงานวิจัยข้าวจะศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น มีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุม 3 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และขอนแก่น โดยจะศึกษา ค้นคว้า และพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ มีการนำเทคโนโลยีทางการเกษตรที่เหมาะสม แนะนำให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้นำไปใช้ในแปลงนา สนับสนุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ชาวนาได้นำไปเพาะปลูก ที่สำคัญคือเกษตรกรได้มีทางเลือกการเพาะปลูก ประเด็นสำคัญคือการคัดสรร พัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่มีความเหมาะสม มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และเป็นที่ต้องการของตลาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปขายได้ราคาสูง ลดปัญหาราคาข้าวตกต่ำ”


นอกจากนี้ปีหน้าจะเตรียมขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ให้กับข้าวพันธุ์ทับทิมชุมแพ เพื่อให้เป็นข้าวพันธุ์ประจำจังหวัดขอนแก่นด้วย
สำหรับแนวคิดพัฒนา แปรรูปข้าวของศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนสาวะถี จังหวัดขอนแก่น วิรัตน์ โพธิ์ศรีเรือง เกษตรผู้ปลูกข้าวและประธานศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนสาวะถี บ้านโนนรัง ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เป็นกลุ่มเกษตรกรที่มีแนวคิดในการเพิ่มมูลค่าข้าว โดยนำข้าวกล้องอินทรีย์มาแปรรูป ที่กลุ่มจึงมีทั้งข้าวฮางงอก จมูกข้าวชงดื่ม ผงพอกหน้าขัดตัวจากจมูกข้าว น้ำจมูกข้าวพร้อมดื่ม ไอศกรีมจมูกข้าว เพื่อเจาะตลาดผู้รักษาสุขภาพภายใต้แบรนด์ “อินทรีย์ภิรักษ์”
วิรัตน์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่มของชาวนาในพื้นที่ว่า กลุ่มเริ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวตั้งแต่ปี 2547 ต่อมาจึงจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเมื่อปี2553

“สมาชิกในกลุ่มปลูกข้าวหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งข้าวกล้องนิล ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวฮางงอก นอกจากนี้นำข้าวฮางงอกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม มีทั้งแป้งจมูกข้าว แป้งไอศกรีม จมูกข้าวผสมงาดำ กาแฟผสมหมามุ่ย หมามุ่ยอัดแคปซูล และชาใบเตย นอกจากการออกงานโอท็อปทั้งของจังหวัดและเมืองทองธานีแล้ว ทางกลุ่มยังขายผ่านออนไลน์ และมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศด้วย ที่ผ่านมารัฐบาลได้สนับสนุนให้เกษตรกรได้รวมกลุ่มผลิต-แปรรูปสินค้า แต่ต้องการให้สนับสนุนให้รอบด้านตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการครัวไทย ไปครัวโลกอย่างจริงจัง เพราะการเข้าถึงตลาดเป็นเรื่องยากของเกษตรกร”

วิรัตน์ ยังบอกอีกว่า ในขณะที่ประเทศไทยมีความพร้อม ทั้งพื้นที่เพาะปลูก มีแรงงาน มีวัตถุดิบที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรหลายชนิด เกษตรกรเองไม่ได้มองเพียงแค่ขายสินค้าตลาดภายในประเทศอีกต่อไป หลังจากการเปิดการค้าเสรีของประชาคมอาเซียนแล้ว เกษตรกรรต้องการต่อยอดตลาดต่างประเทศ เพื่อกระจายข้าวอินทรีย์ ที่มีทั้งข้าวเมล็ด และข้าวแปรรูปที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดสากล
“เชื่อว่าคุณภาพพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 สามารถตีตลาดต่างประเทศได้ไม่ยาก ในอนาคตทางกลุ่มเกษตรผู้ปลูกข้าวและศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนสาวะถี เตรียมปรับตัวในเรื่องการทำการตลาด คือ การติดต่อซื้อขายกับผู้ประกอบการ นักธุรกิจเอง หากรัฐบาลเอาจริงโครงการครัวไทย ไปครัวโลก จะทำให้ภาคการเกษตรของไทยพัฒนาไปหลายด้าน ที่สุดแล้วจะสร้างรายได้เข้าประเทศได้มหาศาล”






