จังหวัดเชียงรายถือเป็นอีกหนึ่งแห่งที่ในหลายพื้นที่ประสบกับปัญหาอุทกภัยอย่างหนักในปีนี้ และแม้ว่าในตอนนี้สถานการณ์เกือบจะเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ปัญหาตามมาที่ยังคงต้องเร่งดำเนินการจัดการ ก็คือ ขยะหลังน้ำท่วม ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากเกินหมื่นตัน
บุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย เปิดเผยว่า สำหรับปริมาณขยะที่เกิดจากน้ำท่วมในห้วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาจนถึงต้นเดือนตุลาคม ทั้งในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล มีจำนวนมหาศาล มากกว่า 10,000 ตัน ในส่วนของอำเภอเมือง ได้แบ่งพื้นที่ทั้งเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล จังหวัดได้มีแผนฟื้นฟูจะดำเนินการกู้คืนทุกสิ่งให้เข้าสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะขยะจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 ตุลาคมนี้

“ตอนนี้ก็กำลังดำเนินการตามแผน สำหรับในเขตเทศบาลนครก็จะบริหารจัดการโดยเทศบาลนครเชียงราย สำหรับนอกเขตเทศบาล ยังมี อบจ.เชียงราย บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการจัดการกับขยะ สำหรับการจัดการปัญหาขยะในช่วงแรกมีปัญหาในเรื่องของอุปกรณ์เครื่องมือหรือที่ที่ใช้ในการทิ้งขยะ แต่ตอนนี้ สามารถบริหารจัดการหาพื้นที่ในการจัดการกับขยะได้แล้ว ซึ่งนอกเขตพื้นที่เทศบาลไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ สามารถหาพื้นที่ในการฝังกลบได้แล้ว”

“ในเขตเทศบาลแม้มีขยะจำนวนมาก แต่ทางเทศบาลนครเชียงรายก็ดำเนินการหาที่เก็บและได้มีการทยอยกำจัดตามระบบ ตอนนี้ปัญหาอุปสรรคคลี่คลายเร่งกำจัดขยะอย่างต่อเนื่อง”
ชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย ให้ข้อมูลกับทีมข่าว Spacebar Big City ว่า ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายนเป็นต้นมา พบขยะจากน้ำท่วมกว่า 3,000 ตัน ประเภทของขยะก็มีทุกอย่างแต่ขยะมูลฝอย เฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ ที่ถูกพัดมากับน้ำ

“ในปีนี้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงกว่าทุกปี ก็ทำให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อีกส่วนหนึ่งก็คือโคลนที่มากับน้ำ ยิ่งน้ำมีปริมาณมาก ทำให้ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านได้รับความเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้จึงมีการนำเอามาทิ้งเพิ่มตามไปด้วย อย่างไรก็ตามเราก็ได้เร่งดำเนินการเก็บและจัดการอย่างต่อเนื่อง”
ทั้งนี้ ยังมีประชาชนบางส่วน ที่ยังไม่สามารถเข้าบ้านได้ เนื่องจากผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งก็ตั้งเป้าว่า ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ คาดว่าจะสามารถให้ประชาชนเข้าบ้านเรือนของตัวเองครบ 100%

สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ที่ผ่านมาท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง เข้าถึงให้การช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็วทันใจ แต่เหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ มันเกินกำลังของท้องถิ่นจะรับมือไหว และจากปัญหาการจัดการขยะในเขตตัวเมืองเชียงราย มีการประมาณไว้ว่า มีขยะจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้มากถึง 50,000 ตัน

“ในภาวะวิกฤตที่เกิดภัยพิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนและการฟื้นฟูชุมชน เจ้าหน้าที่ทำตามเวลาราชการ ก็คือทำเฉพาะเวลากลางวัน ในเวลากลางคืนไม่ได้ทำ ก็ทำให้การฟื้นฟูเมืองทำให้ล่าช้า ซึ่งควรจะทำตลอด 24 ชั่วโมง และเวลากลางคืน เป็นเวลาที่เหมาะมากสำหรับการขนขยะ”

แม้ว่าท้องถิ่นจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการขนขยะออกไป แต่ก็ทำได้อย่างล่าช้าเพราะว่าทรัพยากรของท้องถิ่น โดยเฉพาะรถตักและรถขนขยะ ที่เป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่สำคัญมีจำนวนน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับปริมาณขยะ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายนเป็นต้นมา เทศบาลขนขยะได้วันละ 1000 ตัน น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้เห็นว่าท้องถิ่นเข้มแข็ง แต่ปัญหามันเกินกำลังจริงๆ




