กว่า 1 สัปดาห์แล้ว ที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ต้องตกอยู่ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมแบบฉับพลันในห้วงเวลา 1 เดือนก่อนสิ้นปี 2567 เช่นเดียวกับจังหวัดสงขลาที่มีผู้ได้รับผลกระทบทั้ง 16 อำเภอ 125 ตำบล 949 หมู่บ้าน และ 267 ชุมชน ส่งผลให้ประชาชน 244,971 ครัวเรือน หรือ 715,705 คน ได้รับความเดือดร้อน หนำซ้ำทำเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายชะงักชั่วขณะ

ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ทรงพล จังศิริวัฒนธำรง เปิดเผยกับทีมข่าวSpacebar ว่า ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วม จ.สงขลา หากประเมินทั้งจังหวัดที่ประชาชนได้รับความเสียหายทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักชั่วขณะ แม้เป็นเพียงไม่กี่วันที่น้ำท่วมทุกพื้นที่ 16 อำเภอ ก็ประเมินเบื้องต้นไว้ว่า เสียหายไปประมาณ 4000 ล้านบาท


“หากประเมินเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ ก็คาดการณ์ไว้ว่ามากกว่า 1000 ล้านบาท แต่ความโชคดีครั้งนี้ คือน้ำไม่ได้ท่วมในตัวเศรษฐกิจชั้นในของเมืองหาดใหญ่ เพราะเรามีคลองภูมินารถดำริ หรือ คลองร.1 ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้สร้างไว้ให้ชาวสงขลา จึงช่วยลดผลกระทบไม่ให้น้ำเข้าท่วมในตัวเมืองหาดใหญ่มากนัก ซึ่งหากน้ำท่วมในตัวเมืองหลักของหาดใหญ่ก็อาจจะทำให้กระทบเศรษฐกิจมากหลายหมื่นล้านแน่นอน หลังจากนี้เราก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและนักท่องเที่ยวไทยเอง ในการเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ซึ่งขณะนี้โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร ดำเนินการได้ปกติ เป็นพื้นที่ปลอดภัยและคลี่คลายหมดแล้ว ส่วนเรื่องของภาครัฐที่จะเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้น ควรต้องอนุมัติวงเงินช่วยเหลือให้กับกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งเรื่องของการซ่อม ฟื้นฟู สำหรับบุคคลธรรมดาควรจะต้องอย่างน้อย 10,000 บาทขึ้นไป เพื่อให้เขาได้กู้มาซ่อมแซมและฟื้นฟูความเสียหาย ในส่วนของธุรกิจก็อาจจะต้องประเมินตามความเสียหายและอนุมัติผ่านธนาคารในวงเงินพิเศษในอัตราดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ในช่วงแรก และที่สำคัญอยากให้มีการพักหนี้ให้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการด้วยหากเป็นไปได้”
— ทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา
นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลาและในฐานะผู้ประกอบการโรงแรม สิทธิพงศ์ สิทธิภัทรประภา มองว่าในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่น้ำท่วม มียกเลิกการจองห้องพักรวมไปถึงยกเลิกการจัดงานออกไปก่อน ในห้วงระยะเวลา 3 วัน ซึ่งเป็นห่วงโซ่ทั้งหมด เมื่อนักท่องเที่ยวไม่เข้ามาพัก ร้านอาหาร ร้านของฝาก ก็ไม่ได้ขาย ตัวเลขของประชาชนเดินทางบริเวณหน้าด่านศุลกากรสะเดาหายไป 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งประเมินความเสียหายประมาณการเบื้องต้นไว้ 300-400 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อ.หาดใหญ่ ก็จะได้รับผลกระทบมากที่สุด รองลงมาคือ อ.สะเดา

“ขณะนี้จากการประเมินโรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยวทั้งร้านอาหารและร้านค้ารับผลกระทบแล้วประมาน 30-50 เปอร์เซ็นต์ จึงอยากเสนอรัฐให้ออกมาตรการเยียวยาในฐานะผู้ประกอบการ เราอยากให้รัฐบาลดำเนินการคือ กระตุ้นการท่องเที่ยวกลุ่มคนไทยโดยการใช้มาตรการลดหย่อนภาษี 2 เท่า จากการใช้จ่ายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสงขลาก็จะสามารถจูงใจให้คนเดินทางเข้ามาได้ อีกประการคืออยากให้ออกมาตรการลดการจัดเก็บภาษีที่ดินลง 70 เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายคืออยากให้ อบจ.เข้ามาช่วยลดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมห้องพัก อย่างน้อย 1 เดือน แม้จะช่วยไม่ได้มากแต่ก็จะช่วยสร้างกำลังใจให้กับผู้ประกอบการ”
— สิทธิพงศ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลาและในฐานะผู้ประกอบการโรงแรม

นอกจากนี้ด้านการช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาล โชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้เพิ่มวงเงินช่วยเหลือจากเดิม 500,000 บาท เป็น 1,000,000 บาท เพื่อให้สามารถพิจารณาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที รวมถึงความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย ที่ได้กำชับให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาลตำบลและ อบต. ช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบที่กำหนด

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบไม่เกิน 7 วันและมากกว่า 7 วันจะได้รับการช่วยเหลือในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท ในอัตรานี้เช่นเดียวกัน





