ศาสตราจารย์ กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต ลูกสาวอาจารย์หมอ คุณแม่เป็นพยาบาล ที่เป็นด็อกเตอร์ทั้งบ้าน ศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์ ธีระ รามสูต กับ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. พันธุ์ทิพย์ รามสูต คนทั่วไปจดจำ ดร.พิรงรอง ในชื่อ ‘อาจารย์ขวัญ’ ของลูกศิษย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พิรงรอง เป็นนักเรียนเรียนดี จบการศึกษาจากเตรียมอุดมศึกษา สอบติดคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังสอบเข้าได้ก็ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ก่อนกลับมาเรียนจนได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ช่วงชีวิตในการเป็นนิสิต เป็นคนเรียนดีและทำกิจกรรมจนเป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์
จุดเปลี่ยนในการเป็นอาจารย์ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเกิดขึ้นหลังจากเรียนจบ ครูขวัญทำงานครั้งแรกที่หนึ่งหนังสือพิมพ์ The Nation พ.ศ. 2532 ถึง พ.ศ. 2533 เป็นจุดเริ่มต้นของความสนใจงานด้านสื่อสารมวลชน จนไปศึกษาต่อปริญญาโทที่ฮาวายและปริญญาเอกที่แคนาดาจบ M.A. (Communication) University of Hawaii at Manoa และ Ph.D. (Communication) Simon Fraser University
อาจารย์ขวัญ เติบโตในตำแหน่ง อาจารย์ประจําภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ พ.ศ. 2535 ก่อนจะถูกทาบทามให้มาดำรงตำแหน่งบริหารจุฬาลงกรณ์ เป็นรองอธิการบดีด้านการสื่อสารบริการสังคมและพันธกิจสากล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ พ.ศ. 2559 ถึง พ.ศ. 2563
แม้จะเป็นศาสตราจารย์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้เป็นคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ก่อนจะลาออกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาสมัครเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ช่วงก่อนลาออกจากคณะนิเทศศาสตร์โดยการวิทยาลัย อาจารย์ขวัญ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะอนุกรรมการทั้งรายการและเนื้อหา ดูแลโดยตรวจสอบเนื้อหารายการโทรทัศน์และสื่อ ของ กสทช. ว่ากันว่าช่วงเวลานั้น หนึ่งในสื่อที่ถูกเชิญให้มาชี้แจงบ่อยที่สุดคือ ทรูวิชั่น กับ One 31 ช่างบังเอิญที่เป็นกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มที่มีคดีความกันในขณะนี้
ด้วยบุคลิกตรง ๆ และชัดเจนในความถูกต้อง ทำให้อาจารย์ขวัญมีทั้งคนรัก และคนไม่ปลื้ม การมาสมัครเป็น กสทช. เป็นการตัดสินใจที่สำคัญ เมื่อ ‘ผู้ใหญ่ที่เคารพ’ ขอให้มาทำงานนี้ เมื่อมาเป็น กสทช.
ดร. พิรงรอง รามสูต 2ใน 7 คนที่ลงมติไม่อนุญาตกรณีการควบรวมทรูกับดีแทคเป็นกรรมการที่มีความเห็นควรขอคืนสิทธิในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกจำนวน 16 คู่ จากทรู และคดีที่กำลังจะมีคำพิพากษา
เมื่อ บริษัท ทรูดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ฟ้อง กรณีออกหนังสือเตือนทีวีดิจิทัล แจ้งว่า ‘ทรูไอดี’ มีโฆษณาแทรกในสัญญาณที่นำไปออก ผิดกฎ ‘Must Carry’ โดยทรูดิจิทัลฯ อ้างว่า การออกหนังสือดังกล่าวทำให้บริษัทเสียหายจึงนำมาซึ่งการฟ้องร้อง
ผลการพิจารณาของศาล จึงได้รับความสนใจติดตาม ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ย่อมมีผลกระทบตามมา และจะเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่วงการสื่อ วิชาการ และกลุ่มทุนต้องจดจำ




