เช้าวันนี้ (13 พฤศจิกายน 2568) หลังมีฝนตกหนักกลางดึกต่อเนื่องหลายชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดน้ำท่วมขังและรอการระบายในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะถนนรัชดาภิเษก-ลาดพร้าว-พหลโยธิน ทำให้ตำรวจ สน.พหลโยธิน ต้องประกาศ "ปิดการจราจร" บนถนนเส้นหลักอย่างเร่งด่วน ตั้งแต่แยกรัชโยธิน มุ่งหน้า แยกรัชดา-ลาดพร้าว เนื่องจากระดับน้ำสูงเกินกว่าที่รถเล็กจะสัญจรได้
ล่าสุดกรุงเทพมหานครได้ระดมเจ้าหน้าที่และสูบน้ำเร่งระบายจนพื้นที่ส่วนใหญ่กลับสู่สภาวะปกติแล้ว และเขตจตุจักร ได้แจ้งสถานการณ์น้ำท่วมขังบริเวณถนนรัชดาภิเษก หน้าศาลอาญารัชดา น้ำได้ลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังมีบางพื้นที่ เช่น ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 และรัชดาภิเษก 32 ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ เจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการระบายน้ำอย่างต่อเนื่องจนสถานการณ์คลี่คลาย

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ล่าสุดน้ำยังคงท่วมทางหลวงหมายเลข 33 สุพรรณบุรี-ป่าโมก-สายเอเชีย บริเวณแยกหมวดการทางป่าโมก พื้นที่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ตั้งแต่ปั๊ม ปตท. ถึงหน้าหมู่บ้านทำกลอง ระยะทางประมาณ 500 เมตร ระดับน้ำลึกประมาณ 50- 60 ซ.ม. ยานพาหนะยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้ เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจร ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว โดยให้ใช้เส้นทางแทน และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด
เส้นทางเลี่ยงจากอยุธยา ให้ไปทาง แยกป่าโมก เข้าตัวเมืองอ่างทอง แล้วออกแยกป่างิ้ว ไป อ.วิเศษ
จากสุพรรณบุรี ให้ใช้ทาง โพธิ์พระยา - ท่าเรือ เข้ามาเมืองอ่างทอง
จากผักไห่ จะมาอ่างทอง ให้ใช้ทาง แยกหน้าโคก เข้าวิเศษ เข้าตัวเมืองอ่างทอง
เพิ่มเติม จากผักไห่ จะมาป่าโมก ให้ใช้ ถนน อย. 4031 ผักไห่-ป่าโมก (สายเก่า) ผ่าน หน้า สภ.ป่าโมก
ส่วนที่จังหวัดสิงห์บุรี น้ำไหลบ่าข้ามถนนสาย 311 (สิงห์บุรี - ชัยนาท) ลงคลองบรมธาตุ และปริมาณน้ำที่เข้าท่วมพื้นที่ในอำเภอพรหมบุรี ข้ามถนนสาย 309 (สิงห์บุรี - อ่างทอง) ลงคลองบรมธาตุ และอาจมีปริมาณน้ำไหลเข้าพื้นที่
อำเภอบางระจัน ตำบลแม่ลา ตำบลสิงห์ ตำบลโพชนไก่ ตำบลไม้ดัด ตำบลเชิงกลัด
อำเภอค่ายบางระจัน ตำบลท่าข้าม ตำบลโพสังโฆ
อำเภอท่าช้าง ตำบลพิกุลทอง ตำบลถอนสมอ ตำบลวิหารขาว ตำบลโพประจักษ์
จังหวัดสิงห์บุรีได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นให้เคลื่อนย้ายทรัพย์สินไว้บนที่สูงพ้นจากระดับน้ำที่จะเพิ่มสูงขึ้น และให้ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมพร้อมอพยพในทันที กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน

ส่วนการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล ที่ปริมาณกักเก็บน้ำสูงถึง 99.54% ยังคงเตือนประชาชนพื้นที่ท้ายน้ำเฝ้าระวัง หากมีการปรับแผนระบายน้ำ
โดยมีแผนการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล วันนี้ (13 พฤศจิกายน 2568) มีแผนระบายน้ำ 55 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อวัน
และพรุ่งนี้ (14 พฤศจิกายน 2568) เขื่อนภูมิพลยังคงมีแผนระบายน้ำ 55 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อวัน ทั้งนี้จะติดตามและประเมินสถานการณ์และปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสถานการณ์น้ำต่อไป




