Cash Stuffing เทคนิคออมเงินแบบโบราณที่กลับมาฮิตในยุคดิจิทัล

19 มิ.ย. 2569 - 15:06

  • Stuffing เทรนด์ออมเงินใส่ซองมาแรงในกลุ่ม Gen Z

  • คุมรายจ่าย เห็นเงินเหลือจริง ลดปัญหาใช้เงินเกินตัว

  • วินัยการเงิน ยุคใหม่ที่พาคนรุ่นใหม่กลับมาใช้เงินสดอีกครั้ง

Cash Stuffing เทคนิคออมเงินแบบโบราณที่กลับมาฮิตในยุคดิจิทัล

ในยุคที่ทุกอย่างจ่ายง่ายแค่ปลายนิ้ว ‘สแกนปุ๊บ เงินปลิวปั๊บ’ สังคมไร้เงินสดช่วยให้ชีวิตเราสะดวกขึ้นก็จริง แต่สิ่งที่ตามมาคือ อาการเงินไหลออกจนไร้ร่องรอย รู้ตัวอีกทีเงินในบัญชีก็แทบไม่เหลือให้เก็บ

นี่คือเหตุผลที่ทำให้กลุ่ม Gen Z และคนรุ่นใหม่ทั่วโลก รวมถึงในไทย หันหลังให้แอปโมบายแบงก์กิ้งชั่วคราว แล้วหันมาใช้เทคนิคการออมเงินสุดคลาสสิกที่เรียกว่า Cash Stuffing จนกลายเป็นกระแสไวรัลในโลกโซเชียลตอนนี้

Cash Stuffing คืออะไร?

อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด Cash Stuffing คือ การออมเงินโดยใช้ซองจดหมาย (หรือสมุดแฟ้มใส่เงินแยกช่อง) โดยมีหลักการทำง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอน

1.        ถอนเงินสดออกมา เมื่อเงินเดือนหรือรายได้ก้อนใหญ่ออกมา ให้ถอนเงินสดทั้งหมด (หลังจากหักค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ต้องตัดบัญชี เช่น ค่าคอนโด ค่าน้ำ ค่าไฟ) ออกมาเป็นแบงก์จริง

2.        แยกประเภทใส่ซอง เตรียมซองจดหมายหรือแฟ้มใส เขียนหน้าซองแยกหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้ชัดเจน เช่น

o   ซองค่ากินรายสัปดาห์

o   ซองค่าเดินทาง

o   ซองสำหรับชอปปิง/ปาร์ตี้

o   ซองเงินออมระยะยาว

3.        ใส่เงินตามงบ (Stuffing) แบ่งเงินสดบรรจุลงไปในแต่ละซองตามงบประมาณที่คำนวณไว้ และกฎเหล็กคือ ถ้าเงินในซองนั้นหมด คือจบ! ห้ามยืมเงินจากซองอื่นมาใช้เด็ดขาด"

จิตวิทยาเบื้องหลัง ทำไม "เงินสด" ถึงทำให้เราประหยัดได้มากกว่า?

หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า “ทำไมต้องทำเรื่องยุ่งยากให้เสียเวลา ในเมื่อในแอปธนาคารก็สร้างกระเป๋าเงินจำลองได้?”

คำตอบซ่อนอยู่ในหลักจิตวิทยาการเงินครับ นักวิจัยพบว่ามนุษย์เราจะมีภาวะที่เรียกว่า Pain of Paying หรือ ความเจ็บปวดในการจ่ายเงิน ซึ่งเมื่อเราจ่ายเงินด้วย ‘การสแกนคิวอาร์โค้ด’ หรือ ‘รูดบัตร’ สมองจะไม่ได้สัมผัสถึงความสูญเสีย เพราะมันเป็นเพียงแค่ตัวเลขดิจิทัลที่ขยับลดลง

แต่เมื่อเราใช้ Cash Stuffing ทุกครั้งที่เราจ่ายเงิน เราจะต้องหยิบแบงก์จริงออกจากซอง นับเงิน และยื่นให้คนอื่น การได้เห็นธนบัตรในซองค่อย ๆ พร่องลงไปต่อหน้าต่อตา จะกระตุ้นให้สมองเกิดความยั้งคิด และตระหนักรู้ทันทีว่าเงินของเรากำลังจะหมดลง ทำให้เราควบคุมสติในการชอปปิงได้ดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ

ข้อดีที่มากกว่าแค่การเก็บเงิน

·       เห็นงบประมาณที่แท้จริง คุณจะรู้ทันทีว่าสัปดาห์นี้เหลือเงินกินข้าวอีกกี่บาทจากความหนาของซองเงิน

·       ฝึกวินัยขั้นสุด ป้องกันปัญหาการเผลอใช้เงินเกินตัว เพราะมีขอบเขตของซองแต่ละใบเป็นตัวกำกับ

·       เปลี่ยนการออมให้เป็นเรื่องสนุก หลายคนตื่นเต้นที่จะได้ลุ้นตอนสิ้นเดือนว่า มีเงินเหลือติดซองมาหยอดกระปุกเพิ่มเท่าไหร่

ใครที่กำลังเจอปัญหาเงินทอนใจสั่น สแกนจ่ายจนเพลิน ลองใช้วิธี Cash Stuffing นำเงินสดมาบริหารดูครับ ยอมเสียเวลาถอนเงินและจัดซองเดือนละครั้ง แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจทำให้คุณมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์