จีนตอนเหนือฮิต ‘ผลไม้ไทย’ คาดปีนี้ยอดขายทุเรียนพุ่งอีก 30%

18 มิ.ย. 2569 - 14:08

  • เปิดฉากวันแรก งานเทศกาลผลไม้ไทย ณ มณฑลเหอเป่ย กวาดยอดซื้อขายถล่มทลายกว่า 100 ล้านหยวน (ราว 481 ล้านบาท) จัดยาวถึง 22 มิ.ย. นี้

  • จีนครองแชมป์ตลาดนำเข้าผลไม้ไทยรายใหญ่ที่สุด โดยในปี 2025 นำเข้าสูงกว่า 2.08 แสนล้านบาท ปัจจุบันไทยไฟเขียวส่งออกผลไม้ไปจีนแล้วถึง 22 ชนิด

  • โชว์จุดแข็งความสดใหม่ผ่านห่วงโซ่ความเย็นข้ามพรมแดน ขนส่งรวดเร็วจากสวนถึงตลาดจีนภายใน 48 ชั่วโมง และกระจายสู่ปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย ได้ใน 4 ชั่วโมง

จีนตอนเหนือฮิต ‘ผลไม้ไทย’ คาดปีนี้ยอดขายทุเรียนพุ่งอีก 30%

ภูมิภาคจีนตอนเหนือเปิดฉากต้อนรับความอร่อยจากเมืองไทยอย่างยิ่งใหญ่ ในงาน เทศกาลผลไม้ไทย ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การซื้อขายสินค้าเกษตรนานาชาติโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน มณฑลเหอเป่ย โดยขนทัพผลไม้เศรษฐกิจยอดนิยม อาทิ ทุเรียน มังคุด และมะพร้าวน้ำหอม มาให้ผู้บริโภคชาวจีนได้เลือกชิมและช้อปในราคาคุ้มค่า ซึ่งเพียงแค่วันเปิดงาน (15 มิ.ย.) มียอดซื้อขายพุ่งสูงทะลุ 100 ล้านหยวน หรือประมาณ 481 ล้านบาท

งานดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างสำนักการเกษตรของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน และบริษัท โส่วเหิง กรุ๊ป (Sunhola Group) โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงปักกิ่ง เพื่อผลักดันผลไม้สดของไทยให้เจาะตลาดผู้บริโภคทางตอนเหนือของจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

economic-business-thai-chinese-fruit-logistics-SPACEBAR-Photo01.jpg

เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทย-จีน ชูจุดเด่น ‘จากต้นสู่ตลาดใน 48 ชั่วโมง’

ฉัตรชัย วิริยเวชกุล เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน ระบุว่า การค้าขายผลไม้ถือเป็นเสาหลักสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น งานนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มชื่อเสียงให้ผลไม้ไทย แต่ยังสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืนให้กับทั้งเกษตรกรและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ

ด้าน ปรัตถกร แท่นมณี อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) เปิดเผยข้อมูลเชิงสถิติว่า จีนเป็นตลาดนำเข้าผลไม้ที่สำคัญที่สุดของไทย โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา จีนนำเข้าผลไม้ไทยสูงถึง 4.32 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.08 แสนล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 30 ของการนำเข้าผลไม้ทั้งหมดของจีน และปัจจุบันมีผลไม้ไทยได้รับอนุญาตให้ส่งออกสู่จีนแล้วถึง 22 ชนิด ซึ่งถือว่ามากที่สุดในโลก

economic-business-thai-chinese-fruit-logistics-SPACEBAR-Photo03.jpg

สำหรับจุดแข็งสำคัญของผลไม้ไทยคือ ความสดใหม่ เนื่องจากระบบพิธีการศุลกากรและระบบโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) ข้ามพรมแดนในปัจจุบันมีความรวดเร็วสูง สามารถขนส่งแบบ จากต้นสู่ตลาดภายใน 48 ชั่วโมง และเมื่อสินค้ามาถึงตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน จะสามารถกระจายสู่พื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง ปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย ได้ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น

economic-business-thai-chinese-fruit-logistics-SPACEBAR-Photo04.jpg

คาด ‘ทุเรียนไทย’ ยอดขายโตพุ่ง 30% รับอานิสงส์ผลผลิตคุณภาพดี

ตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน ถือเป็นศูนย์กระจายสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของจีน ด้วยระบบห้องเย็นขนาดใหญ่ 3.2 ล้านลูกบาศก์เมตร และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทันสมัย โดยตัวแทนบริษัทค้าผลไม้ในตลาดเปิดเผยว่า ในปี 2025 บริษัททำยอดจำหน่ายได้สูงถึง 2 พันล้านหยวน (ราว 9.63 พันล้านบาท) ซึ่ง ‘ทุเรียน’ ครองส่วนแบ่งไปถึงครึ่งหนึ่ง และคาดว่าในปีนี้ ยอดขายทุเรียนจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20-30 เนื่องจากผลผลิตปีนี้มีความอุดมสมบูรณ์และมีคุณภาพที่พัฒนาดีขึ้น

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ และเปิดตัวศูนย์บริการสำนักการเกษตรแห่งราชอาณาจักรไทยประจำโส่วเหิง อย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับความร่วมมือทางการเกษตรระหว่างแบรนด์ไทยและผู้ค้าจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

economic-business-thai-chinese-fruit-logistics-SPACEBAR-Photo02.jpg
economic-business-thai-chinese-fruit-logistics-SPACEBAR-Photo05.jpg

ขณะที่หลู่ฟางเสี้ยว นายกสมาคมการค้าผลไม้แห่งประเทศจีน ให้ความเห็นทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือนี้เป็นการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบและเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เนื่องจากไทยมีจุดแข็งด้านผลไม้เขตร้อน (ทุเรียน, มังคุด) ส่วนจีนมีจุดแข็งด้านผลไม้เขตอบอุ่น (แอปเปิล, ส้ม) การเติบโตของตลาดโส่วเหิงจึงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยพัฒนาระบบกระจายสินค้า และเปิดประตูให้ผลไม้ไทยครองใจผู้บริโภคจีนตอนเหนือได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ในงานที่จะจัดขึ้นไปจนถึงวันที่ 22 มิ.ย. นี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์