พลิกโฉม ‘โกโก้ไทย’ ชูคราฟต์ช็อกโกแลตสุขภาพ-รับเกณฑ์ EUDR

18 มิ.ย. 2569 - 13:55

  • ตลาดโกโก้และช็อกโกแลตโลกปี 2569 จ่อแตะ 5.86 หมื่นล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 8.65 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2577

  • ปี 2568 ไทยส่งออกโกโก้และของปรุงแต่งกวาดรายได้กว่า 4,312 ล้านบาท ล่าสุดไตรมาสแรกปี 2569 สามเดือนแรกโกยแล้ว 1,008 ล้านบาท จีน-ญี่ปุ่นนั่งแท่นตลาดหลัก

  • พาณิชย์จับมือสมาคมฯ ดันเกษตรกรเลิกขายเมล็ดแห้ง หันแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม รับเทรนด์สุขภาพ พร้อมดึงดิจิทัลช่วยการันตีไร้การตัดไม้ทำลายป่า รับเกณฑ์ EUDR ของยุโรป

พลิกโฉม ‘โกโก้ไทย’ ชูคราฟต์ช็อกโกแลตสุขภาพ-รับเกณฑ์ EUDR

นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ติดตามสถานการณ์การค้าสินค้าโกโก้และคาดการณ์ว่าในปี 2569 ตลาดโกโก้และช็อกโกแลตทั่วโลกจะมีมูลค่าเติบโตเป็น 58,650 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.15 ล้านล้านบาท) และจะทะยานถึง 86,520 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2577 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ร้อยละ 4.98 ต่อปี ซึ่งตลาดยุโรปยังคงครองส่วนแบ่งสูงสุด

สำหรับประเทศไทย ในปี 2568 มีผลผลิตเมล็ดโกโก้รวม 3,194 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.7 โดยแหล่งปลูกสำคัญอยู่ในภาคใต้ เช่น สงขลา นครศรีธรรมราช และพัทลุง ในด้านการส่งออกพบว่า ปี 2568 ไทยส่งออกโกโก้และของปรุงแต่งมูลค่ารวม 131.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 4,312 ล้านบาท) ขยายตัวร้อยละ 27.4 และในไตรมาสแรกของปี 2569 (ม.ค. - มี.ค.) ไทยส่งออกแล้วกว่า 8,516 ตัน มูลค่า 32.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,008 ล้านบาท) โดยมี จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ เป็นตลาดหลัก ควบคู่กับตลาดใหม่ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด เช่น นอร์เวย์ และ สวีเดน

economic-business-thai-cocoa-craft-chocolate-SPACEBAR-Photo01.jpg

ตลาดเผชิญ Structural Shift หันจับเทรนด์ Premium & Functional

ผอ.สนค. ระบุเพิ่มเติมว่า ราคามีการปรับฐานใหม่ในช่วงต้นปี 2569 หลังจากผันผวนรุนแรงจากปัญหาสภาพภูมิอากาศ ประกอบกับการบังคับใช้กฎระเบียบ EU Deforestation Regulation (EUDR) ของยุโรป สะท้อนว่าตลาดกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Structural Shift) ที่ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นอย่างถาวร การเพิ่มมูลค่าสินค้าจึงเป็นทางรอดเดียวของผู้ผลิต

ทั้งนี้ สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นเรื่องราว คุณค่าทางโภชนาการ และประโยชน์ต่อสุขภาพ ส่งผลให้สินค้ากลุ่มช็อกโกแลตพรีเมียม (Premium Chocolate), ช็อกโกแลตเพื่อสุขภาพ (Functional Chocolate) และช็อกโกแลตจากพืช (Plant-based Chocolate) มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) สูงอย่างมีนัยสำคัญ

economic-business-thai-cocoa-craft-chocolate-SPACEBAR-Photo02.jpg
economic-business-thai-cocoa-craft-chocolate-SPACEBAR-Photo03.jpg

ชูโมเดล ‘คราฟต์ช็อกโกแลต’ ดึงดิจิทัลช่วยตรวจสอบย้อนกลับสู้ศึก EUDR

ด้าน นายบดินทร์ เจริญพงศ์ชัย นายกสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันต้นทุนการปลูกโกโก้ของเกษตรกรไทยสูงกว่าประเทศแถบแอฟริกาหรือเพื่อนบ้าน ประเทศไทยจึงไม่ควรเน้นขายเมล็ดโกโก้แห้งที่เป็นวัตถุดิบราคาถูกเพื่อแข่งในตลาดแมส แต่ต้องมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มโดยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (คราฟต์ช็อกโกแลต - Craft Chocolate) ที่มีรสชาติพิเศษเฉพาะตัว เช่น ช็อกโกแลตแท่งรสข้าวซอย หรือแกงไทย รวมถึงกลุ่ม Plant-based ที่ประยุกต์ใช้ข้าวไทยแทนนมผง

นอกจากนี้ เพื่อรองรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด สมาคมฯ ได้ร่วมมือกับสมาคมส่งเสริมดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม (DPAI) พัฒนาแพลตฟอร์มบันทึกข้อมูลการปลูกและกระบวนการหลังการเก็บเกี่ยว ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปถึงแปลงปลูกได้ เพื่อออกรายงานรับรองว่าผลิตภัณฑ์โกโก้ของไทยไม่ได้มาจากการตัดไม้ทำลายป่าตามเกณฑ์ EUDR ของยุโรป

"แม้ไทยจะยังมีสัดส่วนการผลิตโกโก้ไม่มากในตลาดโลก แต่หากเราเปลี่ยนมาเน้นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ชูเรื่องราว (Storytelling) คุณภาพ และมาตรฐานที่โปร่งใสเป็นธรรมต่อเกษตรกร จะช่วยสร้างแต้มต่อและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของโกโก้ไทยในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน"

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์