สืบเนื่องจากปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำอย่างผิดปกติในพื้นที่ จ.ราชบุรี และจังหวัดใกล้เคียง สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรอย่างหนัก ทั้งที่ความต้องการในตลาดต่างประเทศยังสูง เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. จึงสืบสวนเชิงลึกจนพบว่า สาเหตุสำคัญเกิดจากกลุ่มทุนต่างชาติ (สัญชาติจีน) ได้เข้ามาแทรกแซงกลไกตลาด โดยใช้คนไทยเป็น "นอมินี" ในการจัดตั้งบริษัทและล้งรับซื้อมะพร้าวอำพราง เพื่อควบคุมวงจรการค้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แผนประทุษกรรมของกลุ่มนี้ คือ การให้คนไทยถือหุ้นในบริษัท 51% ตามกฎหมาย แต่ผู้ถือหุ้นเหล่านี้เป็นเพียงพนักงานหรือผู้ที่ถูกจ้างมาลงชื่อโดยไม่มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริง อำนาจการสั่งการทั้งหมด ทั้งการกำหนดราคา การรับซื้อ และการขนส่ง ถูกควบคุมโดยตรงจากนายทุนจีนในต่างประเทศ

นอกจากนี้กลุ่มทุนยังขยายอิทธิพลด้วยการเช่าที่ดินทำสวนมะพร้าวเอง (ต้นน้ำ) ตั้งล้งแปรรูป (กลางน้ำ) และส่งออกไปยังเครือข่ายของตนเอง (ปลายน้ำ) ทำให้สามารถผูกขาดตลาดและกดราคารับซื้อจากเกษตรกรไทยให้เหลือเพียงลูกละ 2-5 บาท ขณะที่ส่งออกในราคาลูกละ 35-50 บาท กวาดกำไรมหาศาลกลับประเทศ อีกทั้งยังพบความผิดปกติในการรายงานผลประกอบการเป็นตัวเลข "ขาดทุน" มาโดยตลอดเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี

จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจยึดของกลางสำคัญจำนวนมาก ประกอบด้วย เอกสารหลักฐานการซื้อขาย สัญญาเช่าสวนมะพร้าว เอกสารทางบัญชีและภาษีกว่า 10 กล่อง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลการติดต่อสื่อสารกับนายทุนต่างชาติ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทั้งหมดต่อไป . ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วรวุฒิ คงรักษา สว.กก.4 บก.ปอศ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. ดำเนินการ




