ณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ผลผลิตผลไม้ภาคใต้ออกสู่ตลาดต่อจากภาคตะวันออกในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้จะตรวจดูความพร้อมของศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ที่ต้องรับผลผลิตจากสวนเกษตรกร เพื่อกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
โดย จ.นครศรีธรรมราชนั้น จะใช้ศูนย์กระจายสินค้าฯหลักของ 2 สหกรณ์ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้าธ.ก.ส.นครศรีธรรมราช จำกัด อ.เมืองนครศรีธรรมราช และสหกรณ์การเกษตรพรหมคีรี จำกัด อ.พรหมคีรี ในการเก็บรวบรวมและกระจายผลผลิตผลไม้ผ่านเครือข่ายสหกรณ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ทั้งสองศูนย์มีความพร้อมรองรับผลผลิตในฤดูกาลผลิตปีนี้ที่กำลังจะมาถึงในอีก 2 เดือนข้างหน้าเกือบจะ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว
“ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ครบวงจรปีนี้จะมีต้นแบบหลายจุดในหลายจังหวัด ท่านอธิบดีต้องการให้มี 1 จังหวัด 1 ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์หลักที่ครบวงจรจริง ๆ ต่อไปเราไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาปีต่อปีเรื่องผลผลิตล้น โรงเก็บไม่พอ ไม่มีที่เก็บรวบรวม ภายในศูนย์ก็จะมีกิจกรรมตลอดทั้งปี ไม่ใช่ใช้แค่ปีละครั้งเฉพาะตอนที่ผลผลิตออกอย่างสหกรณ์ฯ พรหมคีรี เขามีอยู่แล้วเพียงแต่เตรียมจะขยายพื้นที่เพิ่มรองรับผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทุเรียนแล้วก็จะสร้างเป็นศูนย์กระจายสินค้าต้นแบบหลักของจังหวัดที่ครบวงจร ทั้งเก็บรวบรวม แปรรูป จำหน่ายแบบ One Stop Service ลูกค้ามาจบครบในที่เดียว”
รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวต่อว่า ในส่วน จ.สุราษฎร์ธานีนั้นจะใช้ศูนย์กระจายฯ ของสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี จำกัด เป็นศูนย์กระจายฯหลักของจังหวัด โดยสินค้าจากทุกสหกรณ์ในจังหวัดจะนำมารวบรวมไว้ที่นี่ เนื่องจากเป็นศูนย์กระจายฯ ขนาดใหญ่ มีความพร้อมอยู่แล้วเพียงแต่ยังต้องปรับปรุงเพิ่มอีกเล็กน้อยเท่านั้น
“ที่สุราษฎร์จะเน้นผลผลิตเงาะ เงาะโรงเรียนนาสารมีชื่อมากในเรื่องความอร่อย โดยมีสหกรณ์ฯนาสารเป็นศูนย์ย่อย รวบรวมผลผลิตส่งมายังศูนย์หลัก การมีศูนย์ฯหลักในแต่ละจังหวัดจะง่ายด้านโลจิสติกส์ การขนส่งจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคเป็นไปอย่างรวดเร็ว ต่อไปเราจะขยายศูนย์ครบวงจรแบบนี้ให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ”
ปัจจุบันกรมส่งเสริมสหกรณ์มีศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ทั่วประเทศจำนวน 84 แห่ง แต่ที่เป็นศูนย์ต้นแบบหลักของจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ การบริหารจัดการครบวงจรทั้งเก็บรวบรวมผลผลิต กระบวนแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้า และใช้เป็นที่พักสินค้า ดังนั้น โครงการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ 1 จังหวัด 1 ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ต้นแบบ จึงเป็นอีกแนวทางในการกระจายสินค้าสหกรณ์จากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น




