สินค้าจีนทะลักไทย ทำไมรอบนี้หนักกว่าทุกครั้ง

26 ส.ค. 2569 - 13:57

  • จีนบีบระบายสินค้าราคาถูก บุกทะลวงตลาดไทยผ่านอีคอมเมิร์ซ

  • ผู้ผลิตและค้าปลีกไทยสู้ราคายาก เสี่ยงปิดตัวจากต้นทุนสูงและไร้นวัตกรรม

  • หยุดแข่งสงครามราคา เร่งสร้างแบรนด์ เจาะ Niche Market และเพิ่มเข้มงวดภาษี/มาตรฐาน

สินค้าจีนทะลักไทย ทำไมรอบนี้หนักกว่าทุกครั้ง

การทะลักเข้ามาของสินค้าจีนราคาถูกในตลาดไทย ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ปัจจัยหลักเกิดจากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศจีนที่ชะลอตัวและปัญหา กำลังการผลิตส่วนเกิน (Overcapacity) ในภาคอุตสาหกรรม ทำให้โรงงานจีนต้องเร่งระบายสินค้าออกสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย ผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน (Cross-border E-commerce) และการเข้ามาตั้งคลังสินค้าจดทะเบียนในไทย วิกฤตครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงสงครามราคาชั่วคราว แต่เป็น ‘ดิสรัปชันเชิงโครงสร้าง’ ที่กำลังสั่นคลอนรากฐานของ SME ไทยอย่างหนัก

ผลกระทบตรง เมื่อ SME ไทยถูกบีบให้ออกจากตลาด

ผลกระทบจากการทุ่มตลาดกระจายตัวเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะใน 2 กลุ่มหลัก

·       ภาคการค้าและสินค้าอุปโภคบริโภค เสื้อผ้า เครื่องใช้ในบ้าน ของใช้ชิ้นเล็ก และแฟชั่น ถูกตัดราคาลง 30–50% ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้ผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตรายย่อยไทยไม่สามารถทำกำไรได้

·       ภาคการผลิตและชิ้นส่วนอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมพลาสติก เหล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนยานยนต์ ต้องเผชิญกับการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปจากจีนในราคาต่ำกว่าต้นทุนการผลิตในไทย นำไปสู่ภาวะกำไรหดตัว (Margin Compression) และหลายโรงงานเริ่มชะลอหรือปิดกิจการ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจ้างงานในประเทศ

จุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่ทำให้ไทยเสียเปรียบ

เหตุผลที่ SME ไทยเพลี่ยงพล้ำในสงครามครั้งนี้ เกิดจากความเสียเปรียบเชิงโครงสร้าง 3 ด้านหลัก:

1.        ขนาดการผลิต (Economies of Scale) และต้นทุน จีนมีห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจรและขนาดการผลิตมหาศาล ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่าไทยอย่างเทียบไม่ติด ประกอบกับไทยมีต้นทุนพลังงาน ค่าแรง และค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น

2.        ช่องโหว่ทางกฎหมายและมาตรฐาน สินค้านำเข้าบางส่วนหลบเลี่ยงการตรวจสอบมาตรฐานบังคับ (เช่น มอก. หรือ อย.) รวมถึงการใช้ช่องโหว่ด้านภาษีและการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง

3.        ขาดการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Addition) SME ไทยจำนวนมากยังผลิตสินค้าโภคภัณฑ์แบบดั้งเดิม (Commodity) ที่ขาดนวัตกรรม ทำให้ถูกทดแทนได้ง่ายเมื่อเจอสินค้าราคาถูกกว่า

ยุทธศาสตร์ทางรอด ปรับตัวอย่างไรในวันที่กติกาเปลี่ยน?

การรอดพ้นจากวิกฤตนี้ไม่อาจพึ่งพาเพียงการตัดราคาสู้ แต่ต้องอาศัยการปรับตัวอย่างเป็นระบบทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ

สำหรับภาคเอกชนและ SME (Private Sector Action)

·       หนีสงครามราคา สู่การสร้างมูลค่า (Shift to Value) เปลี่ยนจากการขายสินค้าราคาถูก ไปสู่การสร้างแบรนด์ (Branding) การรับประกันคุณภาพ และบริการหลังการขายที่สินค้าส่งข้ามพรมแดนไม่สามารถให้ได้

·       เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) มุ่งเน้นสินค้าที่ต้องอาศัยความประณีต อัตลักษณ์ท้องถิ่น หรือสินค้าสั่งทำพิเศษ (Customized Products)

·       ปรับบทบาทใน Supply Chain พัฒนาจากการเป็น "ผู้ผลิตแข่ง" ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการ เพิ่มนวัตกรรม หรือนำเข้าวัตถุดิบคุณภาพในต้นทุนที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้

สำหรับภาครัฐบาล (Government Policy Support)

·       เข้มงวดมาตรฐานและภาษี บังคับใช้มาตรการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตั้งแต่บาทแรกอย่างเท่าเทียม และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับสินค้าไม่ผ่าน มอก./อย. ที่ด่านศุลกากร

·       เยียวยาและยกระดับ SME อุดหนุนมาตรการสิทธิประโยชน์ภาษีสำหรับการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เพิ่มทักษะแรงงาน และสนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)

วิกฤตสินค้าจีนทุ่มตลาดในครั้งนี้ถือเป็น ‘ตัวเร่ง’ สำคัญที่เตือนว่า โมเดลการทำธุรกิจแบบเดิมของ SME ไทยไม่สามารถไปต่อได้ในโลกการค้ายุคใหม่ ทางรอดเดียวที่ยั่งยืนคือการยกมาตรฐาน นวัตกรรม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทยยืนหยัดได้ด้วยคุณภาพไม่ใช่ราคา

แหล่งอ้างอิง

·       สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.). (2568). รายงานข้อกังวลและข้อเสนอแนะต่อภาครัฐกรณีสินค้าจีนทะลักทุ่มตลาดและผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทย. ส.อ.ท.

·       สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.). (2568). รายงานสถานการณ์ ทิศทาง และแนวทางการปรับตัวของ SME ไทย. สสว.

·       ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2568). ประเมินทิศทางเศรษฐกิจจีนและการส่งออกมายังตลาดไทยในภาวะกำลังซื้อชะลอตัว. บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด.

·       สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI). (2568). วิเคราะห์ผลกระทบจากการเข้ามาของแพลตฟอร์มการค้าข้ามพรมแดน และมาตรการทางภาษีเพื่อการแข่งขันที่เป็นธรรมของ SME ไทย. TDRI

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์