ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัญหาใหญ่เรื่องหนึ่งของประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงานโดยตรง คือการที่ มีคนในประเทศ “ไม่มีงานทำ” หรือ พูดง่าย ๆ ก็คือ ตกงาน ซึ่งการตกงานนั้น ก็แปลว่า จะไม่มีรายได้ ไม่มีเงิน ซึ่งย่อมส่งผลถึงปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม หรือ แม้แต่ปัญหายาเสพติด และอาจรวมไปถึงปัญหาสแกมเมอร์ที่กำลังเป็นประเด็นระดับโลกในขณะนี้ด้วย โดยคนที่ตกงานก็อาจเป็นเหยื่อของแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ เพราะแค่ต้องการที่จะมีงานทำ ดังนั้น เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “คนไทยต้องมีงานทำ” ให้เกิดประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องใช้กลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อสร้างสมดุลในตลาดแรงงาน โดยขับเคลื่อนผ่านศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย ใน 4 มิติ
สำหรับแนวทางจะดำเนินการขับเคลื่อนผ่านศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทยใน 4 มิติ
· การเร่งจัดหาตำแหน่งงานว่างในพื้นที่ (Job Hunting)
· การจับคู่ตำแหน่งงานว่างกับทักษะเฉพาะและอบรมเพิ่มทักษะ Upskill – Reskill (Proactive Job Matching)
· การส่งเสริมการไปทำงานต่างประเทศโดยเน้นตลาดที่มีรายได้สูงและสวัสดิการที่ดี การจัดระเบียบและอำนวยความสะดวกในการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ
· กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจนพร้อมเดินหน้าแบบ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ด้านสมชาย มรกตศรีวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการส่งเสริมการมีงานทำแก่ประชาชน ทั้งการประสานนายจ้างเพื่อขอตำแหน่งงานว่าง สนับสนุนการประกอบอาชีพอิสระ ส่งเสริมการฝึกอบรม Upskill - Reskill ให้บริการข้อมูลตลาดแรงงาน และติดตามผลการบรรจุงาน จากนายจ้างและสถานประกอบการ โดยมีผลดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน ได้สร้างงาน สร้างอาชีพ ทำงานในประเทศ บรรจุงานผ่านกรมการจัดหางาน แล้ว 42,000 คน คิดเป็นรายได้เฉลี่ย 7,560 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ได้จัดส่งแรงงานไทย ไปทำงานต่างประเทศแล้วกว่า 17,000 คน สร้างรายได้ 12,240 ล้านบาท ต่อปี
“กรมการจัดหางานยืนยันเดินหน้าพัฒนาระบบบริการจัดหางานให้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมสนับสนุนแรงงานไทยให้มีศักยภาพและมีงานทำอย่างยั่งยืน และจะเปิดศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย ภายใต้แนวคิด “คนไทยต้องมีงานทำ” ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ขอเชิญผู้สนใจหางานทำสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด 76 แห่ง หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือติดต่อสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน”




