พิชัย ชุณชิวร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงคุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้ามานั่งในตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ ธปท. ต่อจากเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าธปท. ที่จะเกษียณในช่วงปลายปีนี้ ว่า ตนเองอยากเห็นคนรุ่นใหม่ ที่มีมุมมองที่มองไปข้างหน้า เนื่องจากสถานการณ์ การเงินมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยมีความท้าทายทั้งเรื่องของค่าเงินหยวนและเงินดอลลาร์ รวมทั้ง การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล
"ผู้ว่าธปท.คนต่อไปต้องมีมุมมอง และวิสัยทัศน์กว้างไกล แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ระบุชื่อว่าจะเป็นใคร เพราะว่ามันยังไม่ถึงเวลา"
ขณะที่ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำหรับการสรรหาผู้ว่าธปท. คนใหม่ ยังพอมีเวลาโดยผู้ว่าธปท.คนปัจจุบัน จะครบวาระในวันที่ 30 กันยายน 2568 ซึ่งตามกฎหมาย กระบวนการสรรหา จะต้องเริ่ม ภายใน 90 วัน ก่อนผู้ว่าธปท.คนปัจจุบันจะครบวาระ หรือต้องเริ่มช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งการสรรหาผู้ว่าธปท.เป็นรูปแบบการเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้ารับตำแหน่ง เพราะฉะนั้น จึงไม่สามารถระบุได้ว่า ใครจะเป็นผู้ว่าธปท. คนต่อไป
สำหรับกระบวนการสรรหาผู้ว่าธปท.จะต้องเริ่มจากการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ซึ่งจะต้องมีการตั้งใหม่ทั้งคณะ ซึ่งคณะกรรมการอาจจะเป็นบุคคลจากคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการธปท.และคณะกรรมการธปท.ได้เช่นกัน
สำหรับความคืบหน้าการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดธปท. ล่าสุดกระทรวงการคลังได้ส่งหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบคุณสมบัติจากคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า กิตติรัตน์ ณ ระนอง ไม่ผ่านคุณสมบัติ ที่จะสามารถเป็นประธานบอร์ดธปท. แล้ว และรอทางคณะกรรมการคัดเลือกที่มีสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน แจ้งกลับมาที่กระทรวงการคลังว่ากระบวนการต่อไปเป็นอย่างไร ซึ่งหากจะต้องเสนอชื่อใหม่ กระทรวงการคลังก็จะทำตามขั้นตอน




