ตลาดบริโภคทุเรียนในจีนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงหยุดยาววันแรงงาน 1-5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่หลายเมืองในเขตกว่างซีคึกคักไปด้วยกระแส “ล่าทุเรียน” หลังทุเรียนจากไทยและเวียดนามทยอยเข้าสู่ตลาดจีนผ่านหลายเส้นทางสำคัญ ทั้งท่าเรือหนานซาในกว่างโจว ท่าเรือชินโจวในกว่างซี ทางรถไฟจีน-ลาว และด่านบกโหย่วอี้กวนในเมืองผิงเสียง
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การบริโภคทุเรียนในกว่างซีเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา สะท้อนการเติบโตของ “เศรษฐกิจทุเรียน” และความเชื่อมโยงด้านห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรระหว่างจีนกับอาเซียนที่แน่นแฟ้นมากขึ้น
ข้อมูลจากศุลกากรด่านโหย่วอี้กวน ระบุว่า ในไตรมาสแรกปี 2026 มูลค่าการนำเข้าสินค้าเกษตรจากอาเซียนผ่านด่านดังกล่าวอยู่ที่ 2.88 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 88.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการนำเข้าผลไม้ 2.53 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 1.1 เท่า และเฉพาะทุเรียนมีปริมาณนำเข้าสูงถึง 55,000 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 3.5 เท่า
ขณะเดียวกัน ตลาดค้าส่งผลไม้ในเมืองชายแดนกว่างซีได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากที่เดินทางมาซื้อทุเรียนโดยเฉพาะ จนเกิดเทรนด์ “การท่องเที่ยวล่าผลไม้” ซึ่งกำลังกลายเป็นสีสันใหม่ของเศรษฐกิจชายแดนจีน-อาเซียน

กวนไฉ่เสีย ผู้ค้าทุเรียนในตลาดค้าส่งผลไม้ไห่จี๋ซิง เมืองหนานหนิง เปิดเผยว่า ปีนี้มีทุเรียนเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้ราคาทุเรียนโดยรวมถูกลงจากปีก่อน แต่การแข่งขันในตลาดเริ่มเปลี่ยนจาก “สงครามราคา” ไปสู่ “การแข่งขันด้านคุณภาพ” หลังผู้บริโภคจีนมีความรู้เรื่องสายพันธุ์ ระดับความสุก และรสชาติมากขึ้น ส่งผลให้ทุเรียนคุณภาพต่ำทำตลาดได้ยากขึ้น
ด้านหวงเหวยหมิง ผู้ดูแลการซื้อทุเรียนแบบรวมกลุ่มในเมืองหนานหนิง ระบุว่า ทุเรียนไทยปีนี้มีคุณภาพเสถียรกว่าหลายปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย และอีกส่วนมาจากการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดขึ้นของแหล่งผลิต

นอกจากนี้ ประเทศผู้ส่งออกอย่างไทยและเวียดนามยังเร่งยกระดับมาตรฐานการส่งออก ทั้งการควบคุมระดับความสุก การตรวจสอบคุณภาพ และการพัฒนาระบบขนส่งแบบห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) เพื่อรักษาคุณภาพผลไม้ก่อนถึงมือผู้บริโภคจีน
ทั้งนี้ การพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์ เช่น ทางรถไฟจีน-ลาว และระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศใหม่ (ILSTC) ยังช่วยให้ผลไม้จากอาเซียนเข้าสู่ตลาดจีนได้รวดเร็วขึ้น ส่งผลให้ทุเรียนค่อยๆ เปลี่ยนภาพลักษณ์จาก “ผลไม้ราคาแพง” ไปสู่สินค้าที่ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงได้มากขึ้น
หวงเหวยหมิง ยังมองว่า ทุเรียนยังคงได้รับความนิยมในจีนต่อไป ไม่ใช่เพียงเพราะรสชาติ แต่ยังกลายเป็นสัญลักษณ์ทางสังคมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ในจีนด้วย




