GI ไทยแรงไม่หยุด ลุยขึ้นทะเบียนเพิ่ม-เจาะตลาดต่างประเทศ

1 เม.ย. 2569 - 10:55

  • มีแผนขึ้นทะเบียน GI ไทยเพิ่มอีก 18 รายการ

  • คาดสร้างมูลค่าทางการตลาดเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่า 2,000 ล้าน

  • สิ้นปี 2569 คาดขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยรวม 272 รายการ และสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 117,000 ล้านบาท

GI ไทยแรงไม่หยุด ลุยขึ้นทะเบียนเพิ่ม-เจาะตลาดต่างประเทศ

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยความคืบหน้าภารกิจส่งเสริมสินค้า GI ไทย โดยในปี 2569 กรมฯ ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยแล้ว 8 รายการ ได้แก่

1) ชมพู่คลองหาด (สระแก้ว)

2) ส้มโอเวียงแก่น (เชียงราย)

3) ปลานิลสายน้ำไหลเบตง (ยะลา)

4) กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต

5) ครกดินเผาบ้านกลาง (นครพนม)

6) ผ้าย้อมครั่งลำปาง

7) ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ 

8) แตงโมหวานยโสธร 

ส่งผลให้ปัจจุบันไทยมีสินค้า GI 254 รายการ สร้างมูลค่าทางการตลาดรวม 115,224 ล้านบาท

สำหรับช่วง 9 เดือนต่อจากนี้ กรมฯ ยังคงเดินหน้าผลักดันสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นไทยเข้าสู่ระบบคุ้มครอง GI อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนขึ้นทะเบียน GI ไทยเพิ่มอีก 18 รายการ อาทิ ปลาสลิดบ้านแพ้ว (สมุทรสาคร) น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว (สมุทรสาคร) น้ำตาลมะพร้าวแม่กลอง (สมุทรสงคราม) ส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลก เนื้อครามสกลนคร นมวาริช (สกลนคร) เป็นต้น และคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าสิ้นปี 2569 นี้จะสามารถขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยรวม 272 รายการ และสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 117,000 ล้านบาท

ไม่เพียงแต่การขึ้นทะเบียนในประเทศเท่านั้น กรมฯ ยังให้ความสำคัญกับการคุ้มครอง GI ไทยในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยต่อยอดโอกาสทางการค้าได้อีกมาก โดยในปี 2569 กรมฯ ผลักดันสินค้า GI ไทย มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรป (27 ประเทศสมาชิก) ได้สำเร็จ ส่งผลให้ปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียน GI ในต่างประเทศด้วย รวม 11 รายการ ใน 33 ประเทศ อาทิ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย กาแฟดอยช้าง (เชียงราย) ในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) ในมาเลเซีย ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ในเวียดนาม เป็นต้น

economic-business-thai-gi-geographical-indications-SPACEBAR-Photo01.jpg

ทั้งนี้ ยังมีสินค้า GI ไทยที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนในต่างประเทศแล้ว อีก 8 รายการ ใน 3 ประเทศ โดยหน่วยงานของต่างประเทศอยู่ระหว่างพิจารณาคำขอ ประกอบด้วย จีน 3 รายการ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคาม ศรีสะเกษ) ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) และมะขามหวานเพชรบูรณ์ ญี่ปุ่น 4 รายการ ได้แก่ กล้วยหอมทองหนองบัวแดง (ชัยภูมิ) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก มะขามหวานเพชรบูรณ์ และข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง และเวียดนาม 2 รายการ ได้แก่ ไวน์เขาใหญ่ (นครราชสีมา) และมะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว และในปีนี้กรมฯ เตรียมยื่นคำขอขึ้นทะเบียน GI ไทยในต่างประเทศอีก 1 รายการ ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก ในมาเลเซีย

ในส่วนของการส่งเสริมการควบคุมคุณภาพสินค้า GI ปี 2569 กรมฯ วางแนวทางดำเนินงานพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทยอย่างถูกต้องและแพร่หลาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้า GI ที่มีคุณภาพตรงตามที่คาดหวัง

ปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยที่จัดทำระบบควบคุมคุณภาพแล้ว 210 รายการ คิดเป็นร้อยละ 83 ของสินค้า GI ไทยทั้งหมด และมีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทยแล้วกว่า 17,918 ราย ซึ่งกรมฯ มีแผนผลักดันและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ GI ที่เหลือเข้าสู่การจัดทำระบบควบคุมคุณภาพ และขอใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและคุณสมบัติที่ขอขึ้นทะเบียนไว้ นอกจากนี้ กรมฯ ยังส่งเสริมการทำระบบ GI SMARTTRACE เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสแกน QR Code และเข้าถึงข้อมูลที่มาของสินค้า GI นั้นทุกขั้นตอน ตั้งแต่แหล่งปลูก/เพาะเลี้ยง การเก็บเกี่ยว การแปรรูป เป็นต้น 

ปัจจุบันมีสินค้า GI ที่ทำระบบ GI SMARTTRACE แล้ว 3 รายการ ได้แก่ ทุเรียนนท์ ปลากุเลาเค็มตากใบ (นราธิวาส) และมังคุดเขาคีรีวง (นครศรีธรรมราช) โดยกรมฯ จะส่งเสริมการจัดทำระบบดังกล่าวในสินค้า GI รายการอื่นๆ ต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์