เกษตรฯ ปรับเกมเกลือทะเลไทย สร้างแบรนด์ GI ดันสู่ตลาดโลก

29 ต.ค. 2568 - 08:31

  • มุ่งส่งเสริมและยกระดับสินค้าเกษตรเกลือทะเลไทย

  • รักษาเสถียรภาพราคาในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก

  • ป้องกันปัญหาราคาตกต่ำ รวมถึงการพัฒนาระบบกลไกชะลอการจำหน่าย

เกษตรฯ ปรับเกมเกลือทะเลไทย สร้างแบรนด์ GI ดันสู่ตลาดโลก

นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ครั้งที่ 2/2568 มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการรักษาเสถียรภาพราคาและยกระดับมูลค่าเกลือทะเลไทย ปี 2569 โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่

1.ระยะสั้น มุ่งสร้างกลไกการรวบรวมและบริหารจัดการผลผลิตและสต๊อกเกลือทะเลให้มีประสิทธิภาพ ผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมผลผลิตเกลือทะเล ตลอดจนสนับสนุนให้สหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมและจำหน่ายผลผลิต ควบคู่กับการจัดทำฐานข้อมูลกลางด้านผลผลิตและราคาจำหน่าย เพื่อใช้วางแผนกำหนดมาตรการดูแลราคาตลาดได้อย่างแม่นยำ พร้อมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เชิงรุก

2.ระยะกลาง เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบตลาดที่เข้มแข็ง โดยจัดตั้งศูนย์รวบรวมและตลาดกลางเกลือทะเล (Salt Stock Warehouse Center) ในจังหวัดเพชรบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม เพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บ รวมทั้งพัฒนาคลังพักเกลือมาตรฐานระดับจังหวัด (Salt Buffer Hub) เพื่อรองรับผลผลิตส่วนเกิน และเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลบริหารสต็อกแบบ Real-time

3.ระยะยาว มุ่งยกระดับคุณภาพและมูลค่าเพิ่มของสินค้าเกลือทะเลไทย ให้สามารถแข่งขันในตลาดสากลได้ ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี ตั้งเครือข่ายการผลิตเกลือทะเลคุณภาพสูงในพื้นที่นำร่อง เพื่อผลิตเกลือพรีเมียมและสินค้าเชิงนวัตกรรม พร้อมผลักดันการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ตลอดจนการพัฒนาแบรนด์ “เกลือทะเลไทย (Thai Sea Salt)” ให้เป็นอัตลักษณ์ระดับชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มโอกาสทางการตลาด

ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตเกลือทะเลภายในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า เนื่องจากสภาพอากาศในปี 2569 คาดว่าจะได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้เกิดฝนทิ้งช่วงและอากาศร้อนจัดในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ผลผลิตในปี 2568/69 จะอยู่ที่ประมาณ 630,439 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ 13.80 ขณะเดียวกัน พบว่า ราคาจำหน่ายเกลือทะเลปีการผลิต 2567/68 มีความผันผวนตามฤดูกาล โดยมีแนวโน้มราคาต่ำในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว (กุมภาพันธ์–พฤษภาคม) และเริ่มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี

สำหรับในด้านราคา มีราคาเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 798 บาทต่อตัน ราคาสูงสุดเฉลี่ย 919 บาทต่อตัน ในเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2567 และราคาต่ำสุดเฉลี่ย 626 บาทต่อตัน ในเดือนเมษายน 2568 สาเหตุหลักมาจากผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมากในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว โดยขาดระบบหรือกลไกในการชะลอการจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับปัญหาขาดแคลนยุ้งฉางจัดเก็บ ขณะที่สหกรณ์เกษตรเกลือทะเล 5 แห่ง ยังประสบปัญหาศักยภาพการจัดเก็บสินค้าไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการสูญเสียคุณภาพและเสื่อมสภาพของสต็อกเกลือในแต่ละปี เป็นเหตุให้ราคาผลผลิตเกลือทะเลขาดเสถียรภาพอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบข้อเสนอจากสมาพันธ์ชาวนาเกลือทะเลแห่งประเทศไทย ซึ่งเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเกลือทะเลทั้งระบบ 4 ด้าน

1. การแก้ปัญหาราคาเกลือตกต่ำ

2. การแก้ปัญหาหนี้สินชาวนา เกลือ

3. การปกป้องพื้นที่ผลิตเกลือให้ปลอดภัยและยั่งยืน

4. การจัดตั้งหน่วยงานเพื่อดูแลเกษตรกรเกลือทะเล หรือกองทุนฟื้นฟูเกลือทะเล เพื่อบริหารจัดการเกลือทะเลแบบบูรณาการทั้งระบบ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์