ไทยรับเวที IMF–World Bank2026 เยียวยาน้ำท่วมอย่างไร เมื่อหนี้จ่อกรอบ 70%

7 ต.ค. 2569 - 13:19

  • หนี้ ณ สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 67.94% ส่วน 69.7% เป็นประมาณการสิ้นปีงบฯ 2570

  • เวที IMF–World Bank เชื่อมโจทย์เพิ่มผลิตภาพ ปรับระบบภาษี และลงทุนลดความเสียหายจากภัยพิบัติ

ไทยรับเวที IMF–World Bank2026 เยียวยาน้ำท่วมอย่างไร เมื่อหนี้จ่อกรอบ 70%

ประเทศไทยกำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF–World Bank 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ขณะที่รัฐบาลต้องเร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วม ประคองกิจการ และลงทุนสร้างรายได้ใหม่ให้เศรษฐกิจ 

โจทย์ของไทยจึงอยู่ที่การเปลี่ยนรายจ่ายวันนี้ให้ช่วยประชาชนทันเวลา พร้อมเพิ่มความสามารถสร้างรายได้ในอนาคต เพราะเมื่อประมาณการหนี้เข้าใกล้กรอบวินัยการคลัง การเลือกใช้งบแต่ละโครงการย่อมมีความสำคัญมากขึ้น

ยอดหนี้จริงกับประมาณการ…ต้องแยกให้ชัด

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน. แสดงยอดหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 จำนวน 13,191,837.86 ล้านบาท หรือประมาณ 13.19 ล้านล้านบาท คิดเป็น 67.94% ของ GDPโดยใช้ฐาน GDP ประมาณ 19.42 ล้านล้านบาท

ส่วนตัวเลข 69.7% ของ GDP เป็นประมาณการสิ้นปีงบประมาณ 2570 หรือปลายเดือนกันยายน 2570 ตามรายงาน Reuters วันที่ 29 กันยายน 2569 ซึ่งอ้างกระทรวงการคลัง หลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนก่อหนี้ใหม่ประมาณ 1.26 ล้านล้านบาท 

แผนก่อหนี้ 1.26 ล้านล้านบาท ไม่ใช่เงินกระตุ้นทั้งก้อน

ข้อมูล สบน.ระบุว่า แผนบริหารหนี้ปีงบประมาณ 2570 ประกอบด้วยสามส่วน ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกัน

·       ก่อหนี้ใหม่ วงเงินประมาณ 1.263 ล้านล้านบาท ครอบคลุมการชดเชยขาดดุล การลงทุน และสภาพคล่อง

·       บริหารหนี้เดิม วงเงินประมาณ 1.916 ล้านล้านบาท ปรับโครงสร้างหนี้เดิม

·       ชำระหนี้ วงเงินประมาณ 580,647 ล้านบาท รวมต้นเงินกู้และดอกเบี้ย จากงบประมาณและรายได้รัฐวิสาหกิจ

โดยแผนก่อหนี้ใหม่ยังครอบคลุมโครงการด้านคมนาคม พลังงาน และสาธารณูปโภค

(ไม่สามารถเรียกวงเงินทั้งหมดว่าเป็นเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลนำไปจัดสรรใหม่ได้ และไม่ควรนำวงเงินทั้งสามประเภทมาบวกรวมเป็นงบใช้จ่ายใหม่ ในทำนองเดียวกัน วงเงินชำระหนี้ 580,647 ล้านบาทก็ไม่ใช่ภาระดอกเบี้ยของรัฐบาลเพียงรายการเดียว เพราะมีทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และแหล่งชำระจากรัฐวิสาหกิจรวมอยู่ด้วย)

น้ำท่วมบีบทั้งรายจ่ายและฐานรายได้

ปภ.โอนวงเงินเยียวยา 4.7 พันล้านบาท ให้ธนาคารออมสินแล้ว เพื่อทยอยจ่ายตามข้อมูลผู้รับสิทธิที่ประมวลผลพร้อม หากวงเงินไม่เพียงพออาจเสนอของบฉุกเฉินปี 2570 เพิ่ม

ภัยพิบัติครั้งนี้ได้สร้างแรงกดดันทางการคลังสองด้านพร้อมกัน รัฐต้องช่วยเหลือและซ่อมแซมความเสียหาย ขณะที่โรงงาน ร้านค้า และการเดินทางที่หยุดชะงักอาจทำให้รายได้ประชาชน กำไรธุรกิจ และภาษีต่ำกว่าคาด

การเร่งให้กิจการกลับมาเปิดจึงช่วยทั้งการฟื้นรายได้ครัวเรือนและฐานภาษี ส่วนการลงทุนลดความเสี่ยงน้ำท่วม ยังต้องวัดจากความเสียหายและจำนวนวันที่ธุรกิจหยุดดำเนินงานที่ลดลง พร้อมคำนึงถึงต้นทุนดูแลระบบในระยะยาว

World Bank เพิ่มคาดการณ์ไทย แต่การเติบโตยังต้องกระจายกว้างขึ้น

ธนาคารโลกประกาศเมื่อวานนี้ (6 ตุลาคม 2569) ปรับคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 2026 เป็น 2.0% เพิ่มขึ้น 0.7 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 7.4% และมาเลเซีย 5.1% โดยการผลิตและส่งออกสินค้าเทคโนโลยีสูงรองรับกระแส AI เป็นแรงหนุนสำคัญของภูมิภาค แต่แม้ไทยจะได้รับประโยชน์จากวัฏจักรเทคโนโลยี แต่การเติบโตยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านทั้งสอง 

รายงานยังเสนอให้ขยายการใช้เครื่องมือ AI ที่เข้าถึงได้ พร้อมพัฒนาทักษะและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ประโยชน์กระจายไปสู่กิจการและการจ้างงานมากขึ้น

รายงาน Building Thailand’s Future Today พบว่า 12% ของบริษัทไทยใช้ AI อย่างน้อยหนึ่งประเภท เทียบกับ 43% ในสหรัฐฯ ข้อมูลไทยมาจากการสำรวจเดือนมีนาคม 2026 ครอบคลุมสถานประกอบการในระบบ 360 แห่ง มีพนักงานอย่างน้อยห้าคน ในภาคการผลิตและบริการบางประเภท

นัยเชิงนโยบายคือ การสนับสนุนเทคโนโลยีควรประเมินจากผลใช้งานจริง เช่น ต้นทุนต่อหน่วย เวลาทำงาน ผลผลิต และรายได้ การซื้อเครื่องมือหรือผ่านการอบรมเพียงอย่างเดียว

การอภิปรายร่วม IMF–Brookings เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นำเสนอบทวิเคราะห์ Taxing Better to Boost Growth จาก Fiscal Monitor ซึ่งพิจารณาการออกแบบและบริหารภาษีให้สนับสนุนการเติบโตโดยรักษารายได้รัฐ รวมถึงการทบทวนภาษีกำไร สิทธิประโยชน์ภาษี และแรงจูงใจในการทำงาน 

สำหรับไทย แนวคิดนี้เปิดโอกาสให้ตรวจสอบว่ามาตรการลดหรือยกเว้นภาษีสร้างการลงทุนและรายได้คุ้มกับรายได้รัฐที่เสียไปหรือไม่ และระบบจัดเก็บยังเพิ่มประสิทธิภาพได้เพียงใด ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวเป็นกรอบวิเคราะห์ ไม่ใช่คำสั่งให้ประเทศไทยขึ้นภาษี และยังไม่ใช่ผลคำนวณว่าไทยจะมีรายได้เพิ่มจำนวนแน่นอน

เชื่อมเวทีโลกกับแผนสร้างรายได้ของไทย

เวที IMF–World Bank 2026 เป็นโอกาสให้ไทยอธิบายว่า จะใช้เงินอย่างไรให้เพิ่มความสามารถสร้างรายได้ พร้อมหารือความร่วมมือด้านความรู้ การลงทุน และการเงิน ผลสำเร็จควรติดตามต่อถึงโครงการที่ดำเนินการจริง การจ้างงาน และรายได้ในประเทศ

รายงาน Building Thailand’s Future Today ระบุว่า เส้นทางสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 ต้องยกระดับการเติบโต GDP จริงต่อหัวเฉลี่ยเป็น 5.4% ต่อปีในทศวรรษข้างหน้า ตัวเลขนี้เป็นเงื่อนไขของเส้นทางเป้าหมาย ไม่ใช่ประมาณการ GDP รวมปีหน้า และเทียบตรงกับการเติบโต 2.0% ไม่ได้ 

ระหว่างการประชุม ประเด็นที่ควรจับตาคือสมมติฐาน GDP ชุดใหม่ แหล่งเงินฟื้นฟูเพิ่มเติม ภาระดอกเบี้ยต่อรายได้รัฐ และแผนการคลังระยะกลาง รวมถึงความร่วมมือที่มีโครงการ วงเงิน และระยะเวลาดำเนินงานที่ชัดเจน เมื่อช่องว่างหนี้แคบลง รัฐบาลจำเป็นต้องอธิบายให้ได้ว่าเงินที่ใช้ช่วยใคร ทำให้รายได้ฟื้นเมื่อใด และเพิ่มความสามารถรองรับหนี้ในอนาคตอย่างไร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์