ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 3 ก.ค. นี้ ได้นัดหมายประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการ เพื่อรับฟังข้อมูลและข้อคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชน นักวิชาการด้านการขนส่ง และผู้เชี่ยวชาญด้านสายการเดินเรือ เพื่อรวบรวมข้อสรุปอย่างรอบคอบที่สุด ก่อนเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีในเดือนสิงหาคมนี้
กางพิมพ์เขียวผ่า 3 ด้าน ประเมินความคุ้มค่าโครงการ
เลขาฯ สศช. ระบุว่า คณะอนุกรรมการฯ จะเน้นหนักไปที่การประเมินความคุ้มค่าและสมมติฐานของโครงการใน 3 มิติหลัก ประกอบด้วย
1. ด้านพาณิชย์: พิจารณาความสมเหตุสมผลของปริมาณสินค้าที่จะเข้ามาใช้บริการตามสมมติฐานที่วางไว้
2. ด้านการขนส่งถ่ายลำสินค้า: วิเคราะห์ขีดความสามารถในการดึงดูดสายการเดินเรือให้มาใช้บริการ เนื่องจากในภูมิภาคนี้มีท่าเรือคู่แข่งขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพสูงดำเนินการอยู่แล้ว
3. ด้านการปฏิบัติงาน: ประเมินกระบวนการยกขนและส่งผ่านสินค้าจากฝั่งอ่าวไทยไปยังอันดามัน ทั้งในแง่ของต้นทุน ระยะเวลา และประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
"แลนด์บริดจ์เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาดำเนินการนาน และต้องมีความละเอียดรอบคอบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินความคุ้มค่าไปจนถึงการออกหนังสือเชิญชวนเอกชน (RFP) คณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางรวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่สะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด"
ปลดล็อกปมร้อน พ.ร.บ. SEC แย้มอาจไม่ต้องร่างกฎหมายใหม่
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้อกังวลของภาคประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับความเชื่อมโยงของโครงการแลนด์บริดจ์กับร่าง พ.ร.บ. เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) เลขาธิการสภาพัฒน์ ชี้แจงว่า คณะกรรมการฯ จะนำร่างกฎหมายดังกล่าวมาประเมินความจำเป็นด้วยว่าจำเป็นต้องมีกฎหมายใหม่หรือไม่ เพราะในความเป็นจริงอาจนำกฎหมายปัจจุบันหลายฉบับมาปรับใช้แทนได้ โดยทั้งหมดขึ้นอยู่กับผลการศึกษาว่าโครงการมีความคุ้มทุนหรือไม่
ส่วนกรณีที่พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่าจะไม่ใช้ร่าง พ.ร.บ. SEC ฉบับเดิมนั้น นายดนุชา กล่าวว่าจะช่วยให้การทำงานของคณะกรรมการฯ ง่ายขึ้น พร้อมย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก
แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในอนาคตจะต้องเป็นรูปแบบที่คนในพื้นที่ยอมรับ เป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไป และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยประเด็นข้อคิดเห็นของภาคประชาชนและข้อสรุปด้านกฎหมายทั้งหมดจะถูกบรรจุลงในรายงานที่จะเสนอต่อตัวนายกรัฐมนตรีในเดือนหน้าอย่างแน่นอน




