ภารกิจใกล้จบ…งบถึงไป คนเชียงใหม่หวังรัฐแก้ฝุ่นพิษทันการณ์

10 ธ.ค. 2567 - 11:38

  • ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ย้ำเร่งทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้ชัดเจน

  • นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิง จ.เชียงใหม่ชี้ ฝุ่นพิษทำรายได้หด เพราะคนเปลี่ยนแผนไปเที่ยวที่ที่อากาศดีกว่า

economic_business_thai_mission_budget_chiangmai_SPACEBAR_Hero_455c3921ed.jpg

หนึ่งในปัญหาที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือของประเทศไทยต้องเผชิญทุกปี คือ ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ซึ่งในจากการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 1 ธันวาคมที่ผ่านมา มีการพูดคุยและสั่งให้ทำการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่อเนื่องในปี 2568

economic_business_thai_mission_budget_chiangmai_SPACEBAR_Photo01_b24f61dd40.jpg
economic_business_thai_mission_budget_chiangmai_SPACEBAR_Photo02_4aa4e32119.jpg

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ ดารณี นิยมสำรวจ อายุ 78 ปี ผู้ป่วยภูมิแพ้ จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่าในช่วงที่คุณภาพอากาศเริ่มแย่ลง ค่าฝุ่นPM2.5พุ่งเกินค่ามาตรฐานจะเริ่มมีอาการ ไอ จาม หายใจลำบาก ตื่นขึ้นมาบางวันไม่มีเเรง ไม่สดชื่น น้ำตาไหล

economic_business_thai_mission_budget_chiangmai_SPACEBAR_Photo03_03a09f340f.jpg
ดารณี นิยมสำรวจ ผู้ป่วยภูมิแพ้ จ.เชียงใหม่

“ส่วนตัวป่วยเป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้สุขภาพย่ำแย่ ต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น อย่างการไม่ออกจากบ้านในช่วงที่มีหมอกควัน อีกหนึ่งในวิธีในการป้องกันตัวเองคือการปลูกต้นไม้รอบบริเวณบ้าน เพื่อเพิ่มออกซิเจนภายในบริเวณบ้านให้มากขึ้น”

ดารณี นิยมสำรวจ ผู้ป่วยภูมิแพ้ จ.เชียงใหม่

ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานคณะกรรมการอำนวยการสภาลมหายใจเชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า อยากจะให้รัฐบาลเร่งจัดทำแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้ไม่เกินเดือนธันวาคมนี้ ในส่วนของงบประมาณกลางที่จะนำมาใช้ควรมาถึงท้องถิ่นก่อนที่จะเกิดปัญหาหมอกควันไฟป่า เนื่องจากในทุกปีที่ผ่านมา งบประมาณไปถึงในช่วงที่ปัญหาเริ่มจะคลี่คลายแล้ว ซึ่งไม่ทันการเพราะมันเกิดความเสียไปแล้ว รวมถึงต้องเพิ่มการมีส่วนร่วม พร้อมสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้น เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจจะนำไปสู่การก่อให้เกิดไฟของความขัดแย้งได้

economic_business_thai_mission_budget_chiangmai_SPACEBAR_Photo04_a07b4f9a4c.jpg
ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานคณะกรรมการอำนวยการสภาลมหายใจเชียงใหม่
economic_business_thai_mission_budget_chiangmai_SPACEBAR_Photo05_e28f9f69d5.jpg

“อยากเห็นการทำประชาคมทุกหมู่บ้านให้เกิดแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาในในระดับชุมชนและมีกติกาชุมชนควบคุมการเผา เพราะคำสั่งจังหวัดลงไปไม่ถึงเพราะฉะนั้นน่าจะมีกระบวนการของชุมชนที่เข้ามาช่วยกันจากข้างล่างขึ้นมาข้างบนน่าจะช่วยให้เกิดการแก้ไขปัญหาขึ้นได้ สำหรับ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นพิษได้ เพราะบริบทของฝุ่นควัน ต้องเน้นในเรื่องของการป้องกันไม่ให้เกิดไฟและฝุ่น ดังนั้น พ.ร.บ.อากาศสะอาดก็จะเป็นเครื่องมือใหม่ในเชิงรุก ที่จะกำกับควบคุมไม่ให้เกิดไฟและบริหารจัดการปัญหา แต่กรณีของฝุ่นควันข้ามแดน เป็นอีกปัจจัยที่ใหญ่มาก ที่จะต้องมีการจัดการควบคุมทั้งบริษัทอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และการนำเข้าหรือการพูดคุยกับ ประเทศเพื่อนบ้าน”

ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานคณะกรรมการอำนวยการสภาลมหายใจเชียงใหม่

economic_business_thai_mission_budget_chiangmai_SPACEBAR_Photo06_d8f2b53424.jpg

ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ฝุ่นพิษนอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ยังผลกระทบกับเศรษฐกิจอีกด้วย เนื่องจากคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ ทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทาง ในส่วนของร้านอาหารก็ได้รับผลกระทบด้วยจากการที่ลูกค้าลดลงจำนวนมากในช่วงที่เกิดปัญหาฝุ่นควัน

economic_business_thai_mission_budget_chiangmai_SPACEBAR_Photo07_722e3972d7.jpg
ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิง จ.เชียงใหม่

“จังหวัดเชียงใหม่มีร้านอาหารทุกขนาดประมาณ 10,000 กว่าร้าน รายได้ต่อร้านในหนึ่งวันประมาณ 3,000-4,000 บาท ซึ่งในหนึ่งปีเชียงใหม่เผชิญหมอกควัน ไฟป่า 2 - 3 เดือน ทำให้ตัวเลขของผู้ประกอบการร้านอาหาร หายไปเป็นจำนวนมาก เชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงจะทราบปัญหานี้ดีเพราะไม่ใช่ปัญหาใหม่ มันเกิดมาหลายปีแล้ว อยากให้จริงจังในการแก้ไขปัญหาอยากให้จัดการที่ต้นเหตุให้ได้จริง ๆ ที่ผ่านมาเราจะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุซึ่งมันยังไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน”

ธนิต ชุมแสง นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิง จ.เชียงใหม่

economic_business_thai_mission_budget_chiangmai_SPACEBAR_Photo08_cadf2a8512.jpg
economic_business_thai_mission_budget_chiangmai_SPACEBAR_Photo09_7fb71e15c5.jpg

ในปีนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้กําหนดเขตการบริหารจัดการเชื้อเพลิงและเขตควบคุมการเผาทั้งจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 15 พฤษภาคม 2568 ซึ่งพื้นที่ไหนที่มีความจำเป็นต้องเผาจะต้องลงทะเบียนขออนุญาตผ่านแอพพลิเคชัน FireD ก่อน 

โดยที่ประชุมได้เน้นย้ำให้อำเภอทุกอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะต้องทำประชาคมสร้างความเข้าใจร่วมกับชาวบ้านในทุกหมู่บ้านทุกชุมชนก่อน เพื่อให้ประชาชนร่วมกันแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการเผาในพื้นที่ เป็นการแก้ปัญหาที่ว่า “ชาวบ้านไม่รู้” พร้อมกับส่งข้อมูลมาให้จังหวัดโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะทำให้จังหวัด มีจำนวนตัวเลขพื้นที่ที่มีความต้องการเผาอย่างชัดเจน และจะได้จัดทำแผนการบริหารจัดการเผาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามสถานการณ์ และมีประสิทธิภาพ

economic_business_thai_mission_budget_chiangmai_SPACEBAR_Photo10_3b4e0a824e.jpg

ข้อมูลจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ พบจุดความร้อนสะสมรวมทั้งสิ้น 8,629 จุด ส่วนพื้นที่เผาไหม้มีจำนวน 512,769 ไร่ ค่าคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานรวม 87 วัน 

ในส่วนด้านการแพทย์และสาธารณสุข พบว่า มีจำนวนผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ที่เข้าตรวจรักษาจำนวน 8,844 ครั้ง

ส่วนเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2568 นี้ จังหวัดเชียงใหม่ตั้งเป้าที่จะลดจำนวนจุดความร้อน จำนวนพื้นเผาไหม้ จำนวนวันที่ค่าคุณภาพอากาศเกินมาตรฐาน และจำนวนผู้ป่วย COPD ให้ได้มากที่สุดโดยใช้ค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ซึ่งตัวชี้วัดของการดำเนินงานในปีนี้ คือ จำนวนการเกิดจุดความร้อน จะต้องลดลง 25% พื้นที่เผาไหม้ จะต้องลดลง 25% จำนวนวันที่ค่าคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานจะต้องลดลง 20% และจำนวนผู้ป่วย COPD จะต้องลดลง 20%

economic_business_thai_mission_budget_chiangmai_SPACEBAR_Photo11_82b23cb10f.jpg
economic_business_thai_mission_budget_chiangmai_SPACEBAR_Photo12_3e7203abe1.jpg
economic_business_thai_mission_budget_chiangmai_SPACEBAR_Photo13_051b24b02c.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์