วันนี้ (24 ธันวาคม 2567) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตั้งแต่ที่รัฐบาลเข้ามาทำงานได้มีนโยบายต่าง ๆ ที่เป็นนโยบายสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้ภาคธุรกิจและพี่น้องประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยในปี พ.ศ. 2568 งบประมาณจะเพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องของงบประมาณจะมีการขาดดุลการคลังที่ลดลง ซึ่งถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีแต่ตัวเลขประมาณการทางเศรษฐกิจหลาย ๆ ตัว ต้องเร่งรัดเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น จึงได้ฝากข้อสังเกตให้คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐและกระทรวงการคลังดำเนินการดังต่อไปนี้
- ให้กระทรวงการคลังเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ให้เหมาะสม สอดคล้องกับประเทศที่มีระดับรายได้ใกล้เคียงกัน
- ให้หน่วยงานที่รับงบประมาณเพิ่ม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณให้มีความคุ้มค่าประหยัดและใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน
- ให้หน่วยงานที่รับงบประมาณเพิ่ม นำเงินนอกงบประมาณ เงินรายได้ หรือเงินที่สะสม มาใช้ดำเนินภารกิจเป็นลำดับแรก
- เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจและสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้สูงอายุให้มีโอกาสเข้าถึงการใช้จ่ายที่จำเป็นโดยการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ที่มีสัญชาติไทยและมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งจะจ่ายเงินแก่กลุ่มเป้าหมายจำนวน 10,000 บาท/คน โดยให้เร่งจ่ายเงินครั้งแรกภายในเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 ผ่านบัญชีพร้อมเพย์




