กรรมการ กสทช. 6 คน ชี้แจงการประชุมนัดพิเศษ 4 ครั้ง ยืนยันมีอำนาจปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มาตรา 20 วรรคสาม ซึ่งเปิดทางให้กรรมการที่เหลือปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ หากมีจำนวนไม่น้อยกว่า 4 คน พร้อมระบุว่า ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กรณี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ชอบด้วยกฎหมาย และยังไม่มีคำสั่งศาลให้ระงับการบังคับ
กรรมการทั้ง 6 คนระบุว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2569 รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ในฐานะผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ลงนามส่งมติที่ผ่านการรับรองแล้วให้รักษาการเลขาธิการ กสทช. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน
จึงเห็นว่าขณะนี้สำนักงาน กสทช. ควรนำมติที่ประชุมไปดำเนินการตามหน้าที่ ไม่ควรปล่อยให้ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสถานะประธานกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำงานขององค์กร และอาจสร้างความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ
อีกประเด็นที่กรรมการทั้ง 6 คนหยิบยกขึ้นมาคือ การไม่เข้าร่วมประชุมของรักษาการเลขาธิการ กสทช. ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล โดยระบุว่าได้เชิญให้เข้าทำหน้าที่เลขานุการในการประชุมนัดพิเศษหลายครั้ง แต่ได้รับแจ้งว่าไม่สามารถเข้าร่วมได้ เนื่องจากต้องไปปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมอีกห้องหนึ่งที่ นพ.สรณฯ กำหนดไว้
คำชี้แจงยังกล่าวถึงการประชุมวันที่ 21 ต.ค. 2569 ซึ่งมีการนัดประชุมซ้อนกัน โดยระบุว่า นพ.สรณฯ อยู่ในห้องประชุมที่กำหนดไว้ ก่อนแจ้งยกเลิกการประชุมในห้องดังกล่าวเมื่อเวลา 11.30 น. ขณะที่กรรมการทั้ง 6 คนยังคงประชุมอยู่ จึงตั้งคำถามว่าเหตุใดรักษาการเลขาธิการฯ จึงไม่เข้าร่วมทำหน้าที่เลขานุการ
อย่างไรก็ตาม เหตุผลและคำชี้แจงจากฝ่ายรักษาการเลขาธิการฯ ยังเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องนำมาประกอบ เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายอย่างครบถ้วน
ห่วงเจ้าหน้าที่ถูกสอบวินัย ย้ำสำนักงานต้องสนับสนุนการทำงาน
กรรมการทั้ง 6 คนยังแสดงความกังวลต่อข้อมูลภายในสำนักงาน กสทช. ที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งเข้ามาสนับสนุนการประชุมอาจถูกดำเนินการทางวินัย โดยอ้างเหตุว่าไม่ได้รับมอบหมายจากรักษาการเลขาธิการ กสทช.
กรรมการเห็นว่า เจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมให้ข้อมูลและสนับสนุนการประชุมอาจปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ พร้อมชี้ว่าการบันทึกเสียงอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ตรวจสอบได้ว่าเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลอะไร และปฏิบัติหน้าที่อย่างไร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ ยังไม่มีรายละเอียดในคำชี้แจงที่ยืนยันว่ามีการออกคำสั่งสอบสวนทางวินัยอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ ประเด็นดังกล่าวจึงยังต้องตรวจสอบจากเอกสารและคำชี้แจงของสำนักงาน กสทช.
เดินหน้าจัดการตำแหน่งประธาน จี้แจ้งวุฒิสภาตามขั้นตอน
สำหรับตำแหน่งประธาน กสทช. กรรมการทั้ง 6 คนระบุว่าอยู่ระหว่างหารือและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยอ้างมาตรา 20 วรรคห้า ซึ่งกำหนดกระบวนการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานหรือรองประธาน เมื่อเกิดตำแหน่งว่าง ก่อนแจ้งนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ตามขั้นตอน
นอกจากนี้ มาตรา 20 ยังระบุให้สำนักงาน กสทช. แจ้งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาภายใน 15 วันนับแต่เกิดเหตุตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อเริ่มกระบวนการจัดให้มีกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง
กรรมการทั้ง 6 คนจึงเรียกร้องให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการตามหน้าที่ พร้อมย้ำว่าการจัดการตำแหน่งประธานไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการที่เหลืออยู่หยุด




