บริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BPT ในฐานะผู้ดำเนินกิจการระบบท่อขนส่งน้ำมัน ออกมาชี้แจงกรณีพบสถานการณ์น้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร บริเวณถนนเชื้อเพลิงและใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างเขตคลองเตยและเขตยานนาวา
BPT ระบุว่า บริษัทให้ความสำคัญกับสถานการณ์ดังกล่าว และติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมแสดงความพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันวิเคราะห์หาสาเหตุและเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยต้องไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และยึดความปลอดภัยของชุมชน รวมถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ
พร้อมรับผิดชอบ หากตรวจสอบพบว่าเกี่ยวข้องกับบริษัท
สำหรับประเด็นความรับผิดชอบ BPT ระบุว่า หากผลการตรวจสอบพบว่าสาเหตุหรือความเสียหายส่วนใดอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของบริษัท บริษัทพร้อมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทได้จัดทำไว้
ทั้งนี้ BPT ชี้แจงข้อมูลโครงสร้างการดำเนินงานว่า บริษัทเป็นเจ้าของระบบท่อขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นบางจากไปยังคลังน้ำมันช่องนนทรี และต่อเนื่องตามเส้นทางไปยังคลังน้ำมันอากาศยานดอนเมือง คลังน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ และคลังน้ำมันภาคพื้นดินที่คลังน้ำมันบางปะอิน
โดยบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นหนึ่งในแนวท่อดังกล่าว อย่างไรก็ตาม BPT ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 บริษัทได้ให้สิทธิในการใช้และบริหารทรัพย์สินของระบบท่อส่งน้ำมันเส้นนี้แก่ บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด หรือ BFPL โดยมีค่าตอบแทน
ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องพิจารณาประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาสาเหตุของน้ำมันที่ปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำบริเวณดังกล่าว
BPT ย้ำปัจจุบันให้บริการขนส่งน้ำมันเฉพาะภาคเหนือ
BPT ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งน้ำมันผ่านท่อแบบ Multi-Products โดยขอบข่ายการให้บริการครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ
ระบบดังกล่าวรับน้ำมันจากคลังน้ำมันบางปะอิน ก่อนขนส่งผ่านระบบท่อใต้ดินไปยังคลังน้ำมันพิจิตรและคลังน้ำมันนครลำปาง เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ
บริษัทระบุว่า การขนส่งน้ำมันทางท่อเป็นรูปแบบการขนส่งที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่ามีความปลอดภัยสูง และระบบของ BPT ดำเนินการภายใต้มาตรฐานการวางท่อสากล ตั้งแต่การเลือกวัสดุ การออกแบบ การก่อสร้าง และการติดตั้งระบบป้องกันการกัดกร่อน
หนึ่งในระบบที่ใช้คือ Cathodic Protection (CP) ซึ่งช่วยควบคุมและป้องกันการเกิดสนิมหรือการกัดกร่อนบริเวณผิวโลหะของระบบท่อ
นอกจากนี้ บริษัทระบุว่ามีการตรวจสอบความสมบูรณ์ของระบบท่อด้วย Pipeline Inspection Gauge (PIG) เป็นประจำ รวมถึงมีระบบ SCADA สำหรับตรวจสอบและติดตามการรั่วไหลของระบบท่อ
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารจัดการความปลอดภัยของการขนส่งน้ำมันทางท่อ ซึ่ง BPT ระบุว่าระบบได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล และมีการประเมินอายุการใช้งานของระบบท่อได้ยาวนานถึง 80 ปี
อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำบริเวณถนนเชื้อเพลิงและพระราม 3 บริษัทระบุว่า ยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบหาสาเหตุและข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ
ประเด็นสำคัญหลังจากนี้จึงอยู่ที่ผลการตรวจสอบว่า น้ำมันปนเปื้อนมีที่มาอย่างไร และเกี่ยวข้องกับระบบท่อหรือการดำเนินงานในส่วนใด ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการกำหนดความรับผิดชอบและมาตรการแก้ไขปัญหาต่อไป




