Pet Economy โตแรง คนไทยทุ่มดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัว

13 พ.ค. 2569 - 11:18

  • พฤติกรรมการใช้จ่ายของเจ้าของเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

  • เรื่องสุขภาพที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของตลาด Pet Economy

  • ก้าวสู่ยุคใหม่ที่ข้อมูลสุขภาพและเทคโนโลยีชีวภาพ

Pet Economy โตแรง คนไทยทุ่มดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัว

ในอดีต การเลี้ยงสัตว์อาจเริ่มจากความรัก ความผูกพัน หรือการมีเพื่อนคลายเหงา แต่วันนี้ ‘น้องหมา-น้องแมว’ กำลังถูกยกระดับบทบาทสู่การเป็นสมาชิกครอบครัวอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้จ่ายของเจ้าของเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่อง ‘สุขภาพ’ ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของตลาด Pet Economy

สิ่งที่น่าสนใจคือ คนเลี้ยงสัตว์ยุคใหม่เริ่มเข้าใจว่า แม้สัตว์เลี้ยงจะเป็นสายพันธุ์เดียวกัน กินอาหารแบบเดียวกัน หรือโตมาในสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกัน แต่ ความเสี่ยงโรค และความเสื่อมของร่างกาย กลับแตกต่างกันได้ในระดับชีวภาพ บางตัวแข็งแรง วิ่งเล่นได้แม้อายุมาก ขณะที่บางตัวเริ่มมีปัญหาข้อเสื่อม โรคไต หรือภูมิแพ้ตั้งแต่อายุยังไม่มาก จุดเปลี่ยนนี้ทำให้แนวคิดการดูแลแบบเดิมที่อิงเพียงสายพันธุ์หรือพฤติกรรมภายนอกเริ่มไม่เพียงพอ และกำลังผลักดันให้ตลาดขยับสู่ Personalized Pet Health หรือการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบเฉพาะตัว ที่มองลึกถึงพันธุกรรม โครงสร้างร่างกาย และความเสี่ยงโรคของสัตว์แต่ละตัว

อาจารย์สัตวแพทย์ชัยยศ ธารรัตนะผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา PetGeneX  อธิบายว่า ปัจจุบันสัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวขึ้น ส่งผลให้โรคเรื้อรังและโรคเสื่อมตามวัยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งโรคกระดูกและข้อ โรคไต โรคตับ ระบบทางเดินอาหาร ภูมิแพ้ รวมถึงโรคระบบประสาทและสมอง ทำให้การดูแลสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ต้องอาศัยมาตรฐานและเทคโนโลยีที่จริงจังมากขึ้น

economic-business-thai-pet-ktc-SPACEBAR-Photo01.jpg

หนึ่งในเทคโนโลยีที่เริ่มได้รับความสนใจ คือการจัดเก็บและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ ซึ่งกำลังถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพระยะยาวของสัตว์เลี้ยง โดย PetGeneX⁠ ให้บริการคัดแยก เพาะเลี้ยง และจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดภายใต้มาตรฐาน ISO 9001:2015 และ ISO 13485:2016 รองรับการจัดเก็บได้นานสูงสุดถึง 20 ปี Cryobank ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดเก็บเซลล์ แต่คือ ‘หลักประกันด้านสุขภาพในอนาคต’ ของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะ Mesenchymal Stem Cells (MSCs) ซึ่งมีศักยภาพในการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ลดการอักเสบ และสนับสนุนการรักษาโรคที่ซับซ้อน เช่น โรคข้อเสื่อม โรคตับหรือไตเสื่อม และการบาดเจ็บของระบบประสาท

แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของ Pet Economy จากค่าใช้จ่ายเพื่อความสุขไปสู่การลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตระยะยาวมากขึ้น เพราะเจ้าของจำนวนมากเริ่มมองว่า การดูแลเชิงป้องกันตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคและค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในอนาคตได้

economic-business-thai-pet-ktc-SPACEBAR-Photo02.jpg

ข้อมูลจากการใช้งานจริงยังสะท้อนผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เช่น สุนัขที่มีภาวะข้อเสื่อมกว่า 70% มีการเคลื่อนไหวดีขึ้น ขณะที่แมวโรคไตเรื้อรังประมาณ 50–60% มีค่าการทำงานของไตดีขึ้น และมากกว่า 80% ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงรายงานว่าคุณภาพชีวิตโดยรวมดีขึ้นหลังได้รับการดูแล เทรนด์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่พร้อมใช้จ่ายด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชนเปิดเผยว่า ข้อมูลสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีในปี 2568 พบยอดใช้จ่ายในหมวดสัตว์เลี้ยงรวมกว่า 1,125 ล้านบาท เติบโต 11% จากปีก่อน และยังเติบโตต่ออีก 15% ในช่วงเดือนมกราคม–มีนาคม 2569 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า วันนี้ผู้บริโภคไม่ได้มองสัตว์เลี้ยงเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงอีกต่อไป แต่คือสมาชิกครอบครัวที่เจ้าของพร้อมลงทุนทั้งเวลา เงิน และเทคโนโลยี เพื่อให้อยู่ด้วยกันได้นานที่สุด

ในวันที่ Pet Economy เติบโตต่อเนื่อง ตลาดจึงไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องอาหาร ของเล่น หรือบริการอาบน้ำตัดขนอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ข้อมูลสุขภาพและเทคโนโลยีชีวภาพ อาจกลายเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสัตว์เลี้ยงในอนาคตไม่ต่างจากมนุษย์เลยทีเดียว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์