เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการทบทวนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้เรียกประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม โดยมีมติรับข้อสังเกตจาก ครม. และหน่วยงานต่างๆ มาปรับปรุงหลักเกณฑ์คัดกรองและจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ ก่อนเตรียมเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ในเร็วๆ นี้
สั่งรื้อฐานข้อมูลครั้งใหญ่ 19 ล้านคน แยกเป็น 3 กลุ่มหลัก
รมว.คลัง ระบุว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลของผู้ขอรับสิทธิ์ทั้งหมดประมาณ 19 ล้านคน มาตรวจสอบและรันข้อมูลใหม่ทั้งหมด เนื่องจากไม่ได้มีการทบทวนสิทธิ์มานานกว่า 5 ปี ทำให้ข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน โดยฐานข้อมูล 19 ล้านคนในปัจจุบัน ประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก ดังนี้:
· กลุ่มที่ 1 ผู้ได้รับสิทธิ์เดิม: จำนวน 13.2 ล้านคน ซึ่งจะนำมาคัดกรองใหม่ตามเกณฑ์ปัจจุบัน เพื่อคัดออกสำหรับผู้ที่เสียชีวิตแล้วหรือมีรายได้สูงขึ้นเกินเกณฑ์
· กลุ่มที่ 2 กลุ่มตกหล่น: จำนวน 5 ล้านคน จากผลการสำรวจของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งยืนยันว่าเป็นผู้ยากจนจริงและเป็นกลุ่มเปราะบางในพื้นที่
· กลุ่มที่ 3 กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ: จำนวน 1 ล้านคน จากฐานข้อมูลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.)
ย้ำไม่ล็อกเป้า 14 ล้านราย หัวใจสำคัญคือ "ต้องถึงมือคนลำบากจริง"
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จำนวนผู้ได้รับบัตรสวัสดิการรอบใหม่อาจสูงกว่ารอบก่อน หรือเกินกว่าตัวเลข 14 ล้านคนที่รัฐบาลเคยคาดการณ์ไว้หรือไม่ รมว.คลัง ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ยึดติดหรือจำกัดว่าจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องอยู่ที่เท่าใด
“รัฐบาลไม่ได้ยึดติดว่าจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องอยู่ที่เท่าใด แม้จะเกิน 14 ล้านคนก็สามารถทำได้ โดยหัวใจสำคัญคือการดูแลคนที่เดือดร้อนจริง ๆ และไม่มีใครดูแล โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหลานคอยดูแล จากการที่ผมได้ลงพื้นที่ต่างจังหวัดและพบกับคนที่ลำบากจริงๆ รัฐบาลมองว่าต้องเข้าไปดูแลในส่วนนี้ ซึ่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเป็นตัวช่วยเสริมจากสวัสดิการพื้นฐานอื่นๆ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง”




