จิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์การผลิตและภาวะการค้าสุกรทั้งในระดับฟาร์ม ค้าส่ง และค้าปลีกอย่างใกล้ชิด พร้อมหารือร่วมกับกรมปศุสัตว์และองค์กรผู้เลี้ยงสุกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามปริมาณผลผลิต ต้นทุนการผลิต และภาวะตลาดในทุกมิติ
จากข้อมูลล่าสุดพบว่า ปริมาณสุกรที่ออกสู่ตลาดอยู่ที่ประมาณ 62,300 ตัวต่อวัน ขณะที่ความต้องการบริโภคเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 56,000 ตัวต่อวัน สะท้อนให้เห็นว่าปริมาณสุกรยังมีเพียงพอต่อการบริโภคของประชาชนทั่วประเทศ และมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากกว่าความต้องการใช้ จึงไม่เกิดภาวะขาดแคลนแต่อย่างใด
“ปัจจุบันราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 62 - 68 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิตเฉลี่ยที่ 68.57 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาจำหน่ายปลีกเนื้อหมูแดงเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 128.31 บาทต่อกิโลกรัม โดยยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่ผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีสินค้าเพียงพอรองรับความต้องการบริโภคของประชาชน”
นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้ใช้กลไกการจัดงานธงฟ้าและกิจกรรมเชื่อมโยงตลาดในบางพื้นที่เป็นเครื่องมือเสริมในการบริหารจัดการผลผลิตสุกร โดยประสานความร่วมมือกับผู้เลี้ยงสุกรและผู้ประกอบการนำเนื้อสุกรเข้าจำหน่ายตรงถึงผู้บริโภค เพิ่มช่องทางการตลาดและเร่งการกระจายสินค้าในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของผลผลิต และสนับสนุนการรักษาสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานในระบบการค้า โดยไม่ได้มุ่งแทรกแซงกลไกราคาตลาด แต่เป็นการเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินค้าให้เกิดความสมดุลตลอดห่วงโซ่อุปทาน
“กรมการค้าภายในได้กำกับดูแลและติดตามสถานการณ์ราคาเนื้อหมูอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยหารือร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการทั้งด้านต้นทุนและราคาปลายทางให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรม รวมถึงดูแลไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้าเกินสมควร”
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณสุกรอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการด้านการผลิตและการตลาดเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ หากพบว่าราคาจำหน่ายปลีกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน กรมฯ พร้อมพิจารณามาตรการที่เหมาะสมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเชื่อมโยงสินค้าจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง และการจัดกิจกรรมธงฟ้าในพื้นที่เป้าหมายตามความจำเป็น เพื่อเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้าและช่วยรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคควบคู่กันไป
หากประชาชนพบผู้ค้ารายใดมีพฤติกรรมจำหน่ายเนื้อหมูหรือสินค้าปศุสัตว์อื่นในราคาสูงเกินสมควร สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 โดยหากตรวจพบการกระทำความผิด จะมีโทษตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ




