ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวถึงยุทธศาสตร์ขององค์กรปี 2569 โดยประกาศชัดว่า Carbon Capture and Storage (CCS) จะเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญขององค์กรในการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ระบุว่า ท่ามกลางแรงกดดันด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมาตรการด้านคาร์บอนจากนานาประเทศ CCS ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคพลังงานและอุตสาหกรรมหนัก ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยหลักของประเทศ
พัฒนา CCS Hub รองรับอุตสาหกรรมไทย
ปตท. มีแผนพัฒนาโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่อ่าวไทย โดยใช้แหล่งก๊าซธรรมชาติที่หมดสภาพเป็นแหล่งกักเก็บ พร้อมเดินหน้าศึกษาการจัดตั้ง CCS Hub เพื่อรองรับการกักเก็บคาร์บอนในระดับหลายล้านตันต่อปีในอนาคต
โครงการดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรม เช่น ปิโตรเคมี โรงกลั่น และโรงไฟฟ้า สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภายใต้มาตรการภาษีคาร์บอนและกลไก CBAM ของสหภาพยุโรป

“CCS ไม่ใช่เพียงโครงการของ ปตท. แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน”
เดินหน้าควบคู่ LNG และการเงินแข็งแกร่ง
นอกจาก CCS แล้ว ปตท.ยังขยายธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มกระแสเงินสดแตะ 100,000 ล้านบาทในปี 2569 ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์และการร่วมทุนกับพันธมิตร
ผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท.มีกำไรสุทธิระดับกว่า 9 หมื่นล้านบาท และประกาศจ่ายเงินปันผลรวม 2.30 บาทต่อหุ้น สะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง รองรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคาร์บอนในระยะยาว

สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มกระแสเงินสดแตะระดับ 100,000 ล้านบาท ผ่านการปรับพอร์ตการลงทุน การเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์ (Asset Optimization) และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการใช้กลยุทธ์ Asset Monetization เพื่อเสริมความคล่องตัวทางการเงิน


มุ่งสู่ Carbon Neutrality 2040
ปตท. ย้ำเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2040 และ Net Zero Emissions ภายในปี 2050 โดย CCS จะเป็นกลไกหลักควบคู่กับพลังงานหมุนเวียน ไฮโดรเจน และการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน
การประกาศครั้งนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ ปตท. ที่มุ่งยกระดับบทบาทจากบริษัทพลังงานดั้งเดิม สู่ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการคาร์บอนของประเทศในอนาคต




