สรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงาน ณ ท่าเรือระนอง จังหวัดระนอง โดยเน้นย้ำการผลักดันท่าเรือระนองให้เป็น “ประตูการค้าฝั่งอันดามัน” เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของไทยสู่กลุ่มประเทศ BIMSTEC และภูมิภาคเอเชียใต้ เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ
“ท่าเรือระนองถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ด้วยทำเลที่ตั้งบนฝั่งทะเลอันดามัน สามารถเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าไปยังมหาสมุทรอินเดียและตลาดเอเชียใต้ได้โดยตรง จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาศักยภาพทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการ และการเชื่อมต่อกับระบบคมนาคมรูปแบบอื่น เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ให้กับผู้ประกอบการ”

ด้านว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของท่าเรือระนองในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568–เมษายน 2569) เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่า 7,000 ทีอียู เพิ่มขึ้น 55.56% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 106,000 ตัน เพิ่มขึ้น 7.07% และมีเรือเข้าใช้บริการ 217 เที่ยว เพิ่มขึ้น 38.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ กทท. ยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับท่าเรือพันธมิตรในบังกลาเทศ อินเดีย และศรีลังกา ผ่านบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อขยายเส้นทางการค้าและเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ให้แก่ผู้ประกอบการไทย รวมถึงการเชื่อมโยงตลาดในฝั่งอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย และกลุ่มประเทศ BIMSTEC ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับแผนพัฒนาในระยะต่อไป กทท. เตรียมเพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพเครื่องมือทุ่นแรง ยกระดับมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัย เพื่อรองรับปริมาณสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และผลักดันท่าเรือระนองให้เป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์สำคัญของไทยบนฝั่งทะเลอันดามันอย่างเป็นรูปธรรม




