ทำความรู้จักแร่แรร์เอิร์ธ และศักยภาพแร่แรร์เอิร์ธในประเทศไทย

28 ต.ค. 2568 - 11:23

  • มูลค่ามหาศาลสำหรับอุตสาหกรรมอนาคต

  • ทรัพยากรยุทธศาสตร์ ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมและเศรษฐกิจ

  • ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่ทั่วโลกจับตามอง

ทำความรู้จักแร่แรร์เอิร์ธ และศักยภาพแร่แรร์เอิร์ธในประเทศไทย

ในยุคที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนโลก ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ พลังงานสะอาด หรือดาวเทียม วัตถุดิบที่อยู่เบื้องหลังความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้คือ “แร่แรร์เอิร์ธ” (Rare Earth Elements: REEs) ซึ่งกำลังกลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่ทั่วโลกจับตามอง

แร่แรร์เอิร์ธ คืออะไร

แร่แรร์เอิร์ธคือกลุ่มของ ธาตุโลหะหายาก 17 ชนิด ในตารางธาตุ ประกอบด้วย

·       15 ธาตุตระกูลลานทาไนด์ (Lanthanides) ได้แก่ ลานทานัม (La) ถึง ลูทีเทียม (Lu)

·       อีก 2 ธาตุที่มักจัดรวมด้วย: สแกนเดียม (Sc) และอิตเทรียม (Y)

แม้ชื่อจะมีคำว่า ‘หายาก’ แต่ในความเป็นจริง แร่เหล่านี้ไม่ได้หายากมากนัก เพียงแต่กระจายตัวอยู่ในปริมาณเล็กน้อยในหินและแร่ต่าง ๆ ทำให้การสกัดและแยกให้บริสุทธิ์มีความซับซ้อนและต้นทุนสูง

คุณสมบัติและความสำคัญของแร่แรร์เอิร์ธ

แร่แรร์เอิร์ธมีคุณสมบัติพิเศษหลายอย่าง เช่น

·       คุณสมบัติแม่เหล็กแรงสูง ใช้ในมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้าและกังหันลม

·       คุณสมบัติทางแสง ใช้ในจอ LED เลเซอร์ และอุปกรณ์สื่อสาร

·       ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี (Catalyst) ใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและสิ่งแวดล้อม

แร่แรร์เอิร์ธในประเทศไทย

ประเทศไทยแม้จะยังไม่ใช่ผู้ผลิตหลักของโลก แต่มี ศักยภาพด้านทรัพยากรแร่แรร์เอิร์ธ ที่น่าสนใจและกำลังได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและเอกชน

พื้นที่ที่พบศักยภาพสูง

แร่แรร์เอิร์ธในไทยมักอยู่ในรูปของ แร่โมนาไซต์ (Monazite) ซึ่งมีธาตุลานทานัม ซีเรียม และนีโอไดเมียม รวมทั้งมีทอเรียม (Th) ที่เป็นกัมมันตรังสีเล็กน้อย โดยพบในหลายภูมิภาค เช่น

·       ชายฝั่งภาคใต้ – จังหวัดพังงา พัทลุง ภูเก็ต และระนอง
พบในทรายชายหาด (Beach Sand) ร่วมกับแร่ดีบุกและแร่หนักอื่น ๆ

·       ภาคเหนือ – เช่น น่าน แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่
พบในหินแกรนิตผุและตะกอนลำน้ำ

·       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – เช่น ขอนแก่น และอุดรธานี
มีรายงานการสำรวจแหล่งแร่ทุติยภูมิที่มีศักยภาพ

กรมทรัพยากรธรณี (DGR) ประเมินว่าไทยมี ทรัพยากรแร่แรร์เอิร์ธสำรองประมาณ 4,500 ตัน REO (Rare Earth Oxide) และได้ร่วมมือกับ Geological Survey of Japan (GSJ) เพื่อสำรวจศักยภาพในภูมิภาคอีสานอย่างต่อเนื่อง

นโยบายและความร่วมมือระหว่างประเทศ

รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับแร่แรร์เอิร์ธในฐานะ ‘ทรัพยากรยุทธศาสตร์’
โดยมีความเคลื่อนไหวสำคัญ เช่น

·       การลงนาม MOU ระหว่างไทย–สหรัฐอเมริกา (ปี 2568) เพื่อความร่วมมือด้านการสำรวจ สกัด แปรรูป และรีไซเคิลแร่ธาตุสำคัญ รวมถึงแร่แรร์เอิร์ธ

·       การพัฒนาแนวทางวิจัยและเทคโนโลยี รีไซเคิลแร่แรร์เอิร์ธจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยหน่วยงานวิจัยไทย เช่น สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

·       การบูรณาการนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันผลกระทบจากการสกัดแร่ที่มีสารกัมมันตรังสี

ความท้าทายและโอกาสของไทย

ความท้าทายหลัก

·       ขาดเทคโนโลยีการแยกสกัดบริสุทธิ์ขั้นสูง

·       ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและกัมมันตรังสีจากแร่โมนาไซต์

·       ข้อจำกัดด้านการลงทุนและระบบนิเวศอุตสาหกรรมรองรับ

โอกาส

·       ความต้องการแร่แรร์เอิร์ธทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า

·       ไทยสามารถพัฒนาเป็น ‘ศูนย์กลางการวิจัยและรีไซเคิลแร่แรร์เอิร์ธในอาเซียน’ ได้ หากมีการส่งเสริมเทคโนโลยีสะอาดและการลงทุนระยะยาว

แร่แรร์เอิร์ธเป็นทรัพยากรสำคัญที่มีผลต่ออนาคตของเทคโนโลยีโลก ในขณะที่ประเทศไทยเองก็มีศักยภาพทั้งในด้านแหล่งแร่และการวิจัย หากสามารถบริหารจัดการอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการเพิ่มมูลค่าผ่านนวัตกรรม ไทยมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานแร่แรร์เอิร์ธของโลกได้ในอนาคต

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์