เงินบาทแข็งฉุดข้าวไทย สมาคมฯ เรียกร้องรัฐเร่งแก้

10 ก.ย. 2568 - 14:47

  • กังวลอย่างยิ่งต่อการแข็งค่าของเงินบาทที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก

  • ตั้งแต่ต้นปี 68 เงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่า 7% ขณะที่ประเทศคู่แข่งสำคัญอย่างอินเดีย เวียดนาม และปากีสถาน มีค่าเงินอ่อนค่าลง

  • ผู้ส่งออกและเกษตรกรไทยได้รับรายได้น้อยกว่าประเทศคู่แข่งถึง 1,000-1,250 บาทต่อตัน

เงินบาทแข็งฉุดข้าวไทย สมาคมฯ เรียกร้องรัฐเร่งแก้

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยขอแสดงความ ห่วงใยและความกังวลอย่างยิ่ง ต่อสถานการณ์การแข็งค่าของค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก และรายได้ของเกษตรกรไทยนับล้านครัวเรือน

นับตั้งแต่ต้นปี 2568 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่า 7% ขณะที่ประเทศผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญ เช่น อินเดีย เวียดนาม และปากีสถาน ต่างมีค่าเงินอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ความแตกต่างด้านอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างไทยกับคู่แข่งสูงมากถึง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์

ข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยน (ที่มา: xe.com)

·     บาทไทย (THB)       : 34.33  → 31.68 /USD (+7.7% แข็งค่า)

·     รูปีอินเดีย (INR)       : 85.57  → 88.19 /USD (–3.1% อ่อนค่า)

·     ดองเวียดนาม (VND) : 26,269 → 26,396 /USD (–3.6% อ่อนค่า)

·     รูปีปากีสถาน (PKR)  : 283.69 → 283.53 /USD (–1.8% อ่อนค่า)

ส่วนต่างค่าเงินเมื่อเทียบกับไทย

·     อินเดีย: 10.8%

·     เวียดนาม: 11.3%

·     ปากีสถาน: 9.5%

ผลกระทบสำคัญ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน หากผู้ส่งออกไทย อินเดีย เวียดนาม และปากีสถาน ต่างขายข้าวขาว 5% ในราคา FOB 350 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน เท่ากัน รายได้ที่แปลงเป็นเงินบาทจะแตกต่างกัน แม้ขาย FOB เท่ากัน แต่ประเทศคู่แข่งได้รับเงินมากกว่าไทยถึง 1,000–1,250 บาท/ตัน ซึ่งหมายความว่า ชาวนาไทยได้รับรายได้น้อยกว่าชาวนาประเทศคู่แข่งทันทีจากผลของค่าเงินบาทแข็ง ไม่ใช่เพราะราคาข้าวต่ำกว่า แต่เป็นเพราะความเสียเปรียบด้านอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง

เมื่อคำสั่งซื้อลดลง ผลกระทบจะตกสู่เกษตรกรโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงนาปีปลายปีนี้ที่ผลผลิตกำลังจะออก หากคำสั่งซื้อจากต่างประเทศชะลอตัว จะยิ่งซ้ำเติมให้ราคาข้าวในประเทศลดต่ำลงอย่างรุนแรง

ข้อเรียกร้อง

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจึงขอให้ รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งดำเนินมาตรการอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม เพื่อดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท ไม่เพียงแต่ป้องกันไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไปเท่านั้น แต่ยังควรดำเนินการให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงสู่ระดับที่สามารถแข่งขันได้ และคงความมั่นคงไม่ให้เกิดความผันผวนรุนแรง

สถานการณ์นี้ถือเป็น วาระเร่งด่วน หากไม่มีการแก้ไขทันท่วงที ค่าเงินบาทที่แข็งและผันผวน จะเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก และสร้างผลกระทบเชิงลบต่อรายได้ของเกษตรกรไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์