กฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือพัฒนาระบบการผลิตและตลาดเกลือทะเลไทย ครั้งที่ 1/2569 ว่า การแก้ไขปัญหาเกลือทะเลไทย ถือเป็นภารกิจเชิงนโยบายภายใต้กรอบคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ซึ่งได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานอย่างชัดเจน 4 มาตรการหลัก สอดคล้องกับนโยบายที่มุ่งระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิด “Sea to Government”
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน พร้อมพิจารณามาตรการรองรับสถานการณ์ราคาที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ โดยให้จัดทำแผนบริหารจัดการและมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการทบทวนบทเรียนจากมาตรการที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
“ปัจจุบันกำลังการผลิตเกลือทะเลไทยลดลงเหลือประมาณ 500,000 ตัน ขณะที่ความต้องการใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการบริโภคยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการผลิต ควบคู่กับการใช้มาตรการสินเชื่อเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการลงทุนของเกษตรกร และผลักดันบทบาทของสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนให้เป็นศูนย์กลางรวบรวม แปรรูป และต่อยอดเพิ่มมูลค่า”
สำหรับแผนปฏิบัติการรักษาเสถียรภาพราคาและยกระดับมูลค่าเกลือทะเลไทย ปี 2569 ประกอบด้วย 4 มาตรการสำคัญ
1. มาตรการสินเชื่อเพื่อบริหารจัดการการผลิต
2. การส่งเสริมสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนเป็นศูนย์กลางรวบรวมและจำหน่ายผลผลิตระดับจังหวัด
3. การเร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ทำนาเกลือทะเลและจัดทำฐานข้อมูลกลาง
4. การพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตเกลือคุณภาพ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าผลผลิต
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ เตรียมลงพื้นที่ 7 จังหวัดแหล่งผลิตเกลือทะเลหลัก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ปัตตานี ชลบุรี จันทบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 13–31 มกราคม 2569 เพื่อสื่อสารนโยบายและมาตรการของรัฐให้เกษตรกรรับทราบโดยตรง พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากพื้นที่ เพื่อนำมาปรับปรุงแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับบริบทจริง
การขับเคลื่อนดังกล่าวสะท้อนทิศทางการแก้ปัญหาเกษตรเชิงเศรษฐกิจที่มุ่งจัดการทั้งระบบ ไม่เพียงแก้ปัญหาระยะสั้นด้านราคา แต่ยังปูทางสู่อุตสาหกรรมเกลือทะเลไทยที่มีประสิทธิภาพ แข่งขันได้ และเป็นต้นแบบของการพัฒนาสินค้าเกษตรอื่นในอนาคต




