แม้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ต่อปี ซึ่งถือเป็นระดับผ่อนคลาย แต่ปัญหาของผู้ประกอบการรายเล็กกลับยังไม่จบ เพราะ สินเชื่อ SME ยังคงหดตัว และธนาคารยังระมัดระวังการปล่อยกู้ให้กับลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า แม้สินเชื่อรวมของระบบธนาคารจะขยายตัว แต่การขยายตัวดังกล่าวมาจาก สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ขณะที่สินเชื่อ SME ยังคงหดตัว โดยสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มลูกหนี้เสี่ยง รวมถึงต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของ SME ในระยะข้างหน้า
ภาพนี้สะท้อนปัญหาสำคัญของระบบการเงินไทยว่า ‘ดอกเบี้ยนโยบายต่ำ’ กับ ‘การเข้าถึงสินเชื่อ’ เป็นคนละเรื่องกัน
ทำไมดอกเบี้ย 1% แต่ SME ยังไม่ได้เงินกู้?
เหตุผลสำคัญคือ อัตรา 1% ที่ กนง.กำหนดเป็น อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไม่ใช่อัตราที่ SME ทุกแห่งจะสามารถกู้จากธนาคารได้ในราคา 1%
เมื่อธนาคารประเมินความเสี่ยงของผู้กู้ ธนาคารยังต้องพิจารณาฐานะการเงิน กระแสเงินสด ความสามารถในการชำระหนี้ หลักประกัน และประวัติสินเชื่อ
โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังโตต่ำและไม่ทั่วถึง ความเสี่ยงของธุรกิจบางกลุ่มจึงสูงขึ้น ธปท.ระบุว่าต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตยังอยู่ในระดับสูง และสถาบันการเงินจึงระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้ใหม่และลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง
พูดง่าย ๆ คือ เงินในระบบอาจมีต้นทุนถูกลง แต่ธนาคารไม่ได้มองว่า SME ทุกแห่งมีความเสี่ยงเท่ากัน
ดังนั้น SME ที่มีงบการเงินแข็งแรง กระแสเงินสดชัดเจน และมีหลักประกัน อาจเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายกว่า ขณะที่ธุรกิจที่รายได้ผันผวน มีภาระหนี้เดิมสูง หรือหลักประกันไม่เพียงพอ ยังคงเจอกำแพงสินเชื่อ
ตัวเลขสินเชื่อสะท้อนอะไร?
ข้อมูลภาพรวมธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2/2569 ของ ธปท.ระบุว่า สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ขยายตัว 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่แรงขับเคลื่อนหลักมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ สินเชื่อ SME และสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังหดตัวต่อเนื่องจากความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง
จึงเกิดภาพที่น่าสนใจคือ เศรษฐกิจมีเงินกู้ แต่เงินกู้ไม่ได้กระจายไปทุกกลุ่มธุรกิจเท่ากัน
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งยังรู้สึกว่า ‘กู้ยาก’ แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับต่ำ
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ดอกเบี้ยอย่างเดียว
ก่อนหน้านี้ กนง.ก็เคยระบุว่า แม้อัตราดอกเบี้ยในระบบการเงินปรับลดลงตามดอกเบี้ยนโยบาย แต่ ต้นทุนการกู้ยืมของ SME ที่มีความเสี่ยงสูงยังปรับเพิ่มขึ้น และสินเชื่อยังหดตัว เพราะสถาบันการเงินระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้ลูกหนี้รายใหม่และลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง
นั่นหมายความว่าโจทย์ของ SME วันนี้จึงไม่ใช่แค่ ทำอย่างไรให้ดอกเบี้ยถูกลง แต่ต้องถามต่อว่า ทำอย่างไรให้ธนาคารกล้าปล่อยกู้มากขึ้น ทางแก้ต้องมาช่วยลดความเสี่ยงให้ธนาคาร
หนึ่งในมาตรการที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้คือ SMEs Credit Boost ซึ่งเป็นกลไกแชร์ความเสี่ยงด้านเครดิต เพื่อสนับสนุนให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่แก่ SME ที่มีศักยภาพ
ธปท.คาดหวังว่าโครงการจะช่วยเพิ่มสินเชื่อใหม่ให้ธุรกิจ SME ประมาณ 100,000 ล้านบาทในช่วง 1–2 ปี
ธปท.ยังระบุว่า SMEs Credit Boost ถูกออกแบบขึ้นเพราะสินเชื่อ SME หดตัวต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูงและความต้องการสินเชื่อที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ
ดังนั้น สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้จึงไม่ใช่แค่ กนง.จะลดดอกเบี้ยอีกหรือไม่ แต่คือ
มาตรการเฉพาะจุดจะทำให้เงินใหม่ไหลเข้าสู่ SME ได้จริงแค่ไหน
เพราะหากดอกเบี้ยต่ำลง แต่ธุรกิจรายเล็กยังไม่มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ การลดดอกเบี้ยก็อาจช่วยได้เพียงบางส่วน ขณะที่โจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทยยังอยู่ที่การทำให้เครดิตไหลไปถึงธุรกิจที่กำลังสร้างรายได้และการจ้างงานจริง
แหล่งอ้างอิงหลัก
ผลการประชุม กนง. 26 ส.ค.69
สรุปภาพรวมธนาคารพาณิชย์ไตรมาส2/2569 ของธปท.
บทความ SMEs Credit ของธปท.




