อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟท.) วันนี้(15 ม.ค.69) มีมติเห็นชอบ ผลการเจรจากับบริษัท เซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ศูนย์การค้าบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน หรือ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ตามที่บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ รฟท. ที่รับผิดชอบการบริหารสัญญาที่ดิน ได้ดำเนินการเจรจากับภาคเอกชนไว้ก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ ผลการเจรจากำหนดให้มีการ ทำสัญญาเช่าที่ดินฉบับใหม่เป็นระยะเวลา 30 ปี ภายหลังสัญญาเดิมสิ้นสุด โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2571 ถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2601 ซึ่งคาดว่าจะสร้าง ผลตอบแทนรวมให้ รฟท. ประมาณ 33,000 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญา นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังมีแผน ลงทุนเพิ่มเติมอีก 4,500 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงทรัพย์สินเดิม ได้แก่ อาคาร ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยเมื่อสิ้นสุดสัญญา ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของ รฟท.
รักษาการผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า หลังจากบอร์ดมีมติเห็นชอบแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการจัดทำเอกสารและพิจารณารายละเอียดในประเด็นที่ยังมีความเห็นแตกต่างให้ครบถ้วน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน และน่าจะสามารถลงนามในสัญญาเช่าฉบับใหม่ได้ไม่เกินเดือนมีนาคมนี้
สำหรับรูปแบบรายได้ที่ รฟท. จะได้รับจากสัญญาการใช้ประโยชน์พื้นที่ดังกล่าว จะไม่ใช่การรับเงินก้อนทั้งหมดในคราวเดียว แต่เป็น ค่าเช่าที่ SRTA จ่ายให้ รฟท. ตลอดระยะเวลา 30 ปี โดย SRTA จะได้รับค่าดำเนินการจากการนำทรัพย์สินไปให้เช่าช่วง ซึ่งเป็นผลตอบแทนในลักษณะของส่วนต่าง หลังจากหักค่าเช่าที่ต้องส่งให้กับ รฟท.
“การคำนวณมูลค่าสัญญาว่า สัญญาเช่าฉบับใหม่มีการคำนวณ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value: NPV) จากฐานโครงการ ณ ปัจจุบัน เมื่อนำมาประเมินสำหรับระยะเวลา 30 ปี จึงมีมูลค่ารวมประมาณ 33,000 ล้านบาท ขณะที่สัญญาเดิมซึ่งมีระยะเวลาเช่า 20 ปี มีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยการขยายระยะเวลาเช่าเป็น 30 ปี ทำให้มูลค่าสัญญาเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้เกิดความสมดุลและเหมาะสมกับผลประโยชน์ของรัฐ”




