พรุ่งนี้! ถกบัตรคนจน แก้ปมลูกลดหย่อนภาษีทำพ่อแม่ชวดสิทธิ

10 มิ.ย. 2569 - 16:32

  • ทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียงประเด็นเดียว

  • ปมกรณีบุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

  • ย้ำไม่แตะเกณฑ์ถือครองที่ดิน เดินหน้าปรับระบบคัดกรองให้เข้าถึงกลุ่มเปราะบางที่ตกหล่นจากระบบมากขึ้น

พรุ่งนี้! ถกบัตรคนจน แก้ปมลูกลดหย่อนภาษีทำพ่อแม่ชวดสิทธิ

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า พรุ่งนี้(11 มิ.ย.) ช่วงบ่ายตนเองจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมเพื่อพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะมุ่งเน้นทบทวนหลักเกณฑ์เพียงข้อเดียวเท่านั้น คือประเด็นเรื่องภาษีที่บุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้สิทธิลดหย่อน โดยจะไม่มีการพิจารณาทบทวนเกณฑ์อื่นๆ อย่างเช่นเรื่องการถือครองที่ดินแต่อย่างใด

รมว.คลัง กล่าวว่า การทบทวนเกณฑ์ดังกล่าวเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายลงมา หลังจากได้รับข้อกังวลและข้อร้องเรียนจากสังคมในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากมีกรณีที่บุตรนำสิทธิไปลดหย่อนภาษีตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ในความเป็นจริงอาจไม่ได้มอบเงินดูแลบิดามารดา ส่งผลให้ผู้เป็นพ่อแม่ที่เดือดร้อนจริงกลับต้องได้รับผลกระทบและเสียสิทธิ์ในบัตรสวัสดิการฯ

"สิทธิลดหย่อนตรงนี้ จริง ๆ ก็ฟังจากข้อกังวลทางสังคม ผมเห็นใจคุณพ่อคุณแม่ที่บอกว่าลูกเอาไปลดหย่อนแล้วจะให้หรือไม่ให้ อันนี้แน่นอนในฝั่งลูกก็เป็นสิทธิ์ของลูก แต่ว่าในฝั่งของคุณพ่อคุณแม่ก็เห็นใจ และในวาระการพิจารณา จะทบทวนเกณฑ์เดียว ส่วนเกณฑ์ที่ดิน เป็นเกณฑ์เดิมแล้ว"

สำหรับเป้าหมายหลักของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ให้เงินช่วยเหลือเดือนละ 300 บาทนั้น รมว.คลัง ย้ำว่ารัฐบาลต้องการมุ่งเน้นช่วยเหลือกลุ่มคนที่เดือดร้อนที่สุดจริง ๆ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบฐานข้อมูลผู้ถือบัตรจำนวน 13.2 ล้านคน พบว่ายังมีกลุ่มคนที่ไม่เดือดร้อนจริงแฝงอยู่พอสมควร เช่น บางรายนั่งรถยนต์สภาพดีมาใช้สิทธิ ในขณะเดียวกันกลับมีประชาชนที่ยากลำบากจริง ๆ อีกจำนวนมากที่ตกหล่นและไม่ได้รับสิทธิในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กระทรวงการคลังจึงต้องปรับการคัดกรองให้มีความละเอียดมากยิ่งขึ้น โดยได้ประสานงานให้กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่เพื่อค้นหากลุ่มคนที่เดือดร้อนจริง ๆ ที่หลุดจากระบบ 13.2 ล้านคน ให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการได้

"บัตรสวัสดิการ ส่วนใหญ่ 5 ปีทำทีหนึ่ง เราไม่ได้ทำทุกปี วันนี้ 13.2 ล้านคนคือลงทะเบียนครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2565  ก็ต้องมาทบทวนนะ เดี๋ยวนี้มีข้อมูลมากขึ้น"

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่มีผู้ประกอบการบางแห่ง เช่น สุกี้ตี๋น้อย มีการปิดสาขาเพื่อเตรียมเปิดใหม่ในช่วงหลังเดือนตุลาคม ซึ่งมีข่าวว่า ได้รับผลกระทบในช่วง 4 เดือนนี้จากโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/49 ด้วย รมว.คลัง กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว จึงขอรับเรื่องไปตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมก่อน พร้อมย้ำเจตนารมณ์หลักว่า โครงการนี้ต้องการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจริง ๆ

เมื่อถามถึง ความคืบหน้าการใช้เงินในเฟสหลัง หรือวงเงินส่วนที่เหลืออีกจำนวน 2 แสนล้านบาท จะมีการจัดทำโครงการใด ๆ เพิ่มเติมหรือไม่  รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้แต่ละกระทรวงกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการอยู่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์