มูลนิธิรณณรงค์หยุดพนัน นำเสนอบทความ ข้อสังเกต 5 ประการกับ ‘ร่างพ.ร.บ.แฝดนรก’
การตีคู่กันมาของ ร่างพ.ร.บ.แฝดนรก - ร่างพ.ร.บ.พนันออนไลน์ และร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (ที่ยังไม่แน่ว่าจะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 11 มีนาคมนี้หรือไม่) มีประเด็นที่น่าตั้ง ข้อสังเกตอย่างน้อย 5 ประการ
1.นรกแตกแน่
เพราะสองพ.ร.บ.นี้จะปล่อยผีร้ายออกจากหลุมได้มากมายหลายตัว โดยเฉพาะพ.ร.บ.พนันออนไลน์ ด้วยการตั้งคำนิยามอย่างหลวมมาก ๆ ว่า การพนันออนไลน์ หมายความว่า การพนัน หรือการเล่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือผ่านการสื่อสารระยะไกลด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ ฉะนั้น พนันออนไลน์จึงหมายถึงการพนันทุกประเภทในจักรวาล ตั้งแต่กลุ่มหวยทั้งหมด (ทั้งหวยรายสัปดาห์ รายวัน หรือรายชั่วโมง) กลุ่มทายเหตุการณ์ (ทั้งฝนจะตกแดดจะออก ใครจะชนะเลือกตั้ง ใครจะได้เป็นนางงาม โค้ชฟุตบอลทีมใดจะโดนปลด และการทายผลการแข่งขันทุกอย่าง ตั้งแต่ตีไก่ กัดปลา วัวชน ไปจนถึงมวย บาส วอลเล่ย์ แบดมินตัน และพนันฟุตบอล รวมถึงการแข่งขันอี-สปอร์ต) และกลุ่มเกมต่าง ๆ ทั้งเกมที่มีความเป็นพนันชัดเจน เช่น สลอต บาคาร่า รูลเล็ต ไฮโล เสือมังกร ฯลฯ และกลุ่มเกมที่ไม่ชัดเจนว่าเป็นพนันแต่จริง ๆ แล้วเป็น จำพวกเกมที่ต้องจ่ายเงินแล้วมีแจ็คพ็อตในเกม เช่น Jagat, Candy, ยิงปลา และอื่น ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่
กับการอนุญาตของเจ้าพนักงาน ขณะที่พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะยกเว้นให้การพนันที่ถูกต้องห้ามต่าง ๆ อย่างสลอต บาคาร่า รูลเล็ต ไฮโล เสือมังกร ฯลฯ ให้เล่นได้ในกาสิโนแทบตลอด 24 ชั่วโมง แถมยกเว้นการขายเหล้า เบียร์ได้ทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นกับการกำหนดของบอร์ดนโยบาย
2.ตีเช็คเปล่าไว้เหมือนเดิม
ความคลุมเครือของพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (ซี่งชื่อจริงควรเป็น “พ.ร.บ.กาสิโน” เพราะกำหนดว่าสถานบันเทิงครบวงจรต้องประกอบด้วยกาสิโนร่วมกับอีกสี่กิจการ) โดยการไม่เขียนให้ชัดเจนถึงจำนวนสถานบันเทิงครบวงจรว่าจะให้มีได้กี่แห่ง (ซึ่งหลายประเทศเขียน) หรือจะให้มีขนาดได้ไม่เกินกี่ตารางเมตร รวมถึงส่วนประกอบของกิจการทั้งหลายที่จะมาร่วมกับกาสิโนว่าต้องมีขนาดหรือสัดส่วนหรือมาตรฐานเท่าใด เช่น โรงแรม ห้างสรรพสินค้า สถานบริการ สนามกีฬา สวนสนุก สระว่ายน้ำ และอื่น ๆ ล้วนไม่ระบุ แถมคำบางคำก็กำกวม อย่างคำว่า “สถานที่เล่นเกม” ซึ่งไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร ที่เขียนกำหนดไว้มีเพียง “สัดส่วนพื้นของกาสิโนต้องไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินหรือพื้นที่ใช้สอยของอาคารที่ตั้ง” ซึ่งถือว่าไม่น้อย
นอกจากนั้นความไม่ชัดเจนเรื่องอัตราภาษีที่ไม่มีการเขียนกรอบใด ๆ ไว้เลย หรือตัวเลขของค่าใบอนุญาต
ค่าเข้ากาสิโนของคนไทย ก็เขียนแบบกำหนดเพดานขั้นสูงไม่กำหนดขั้นต่ำไว้เช่นเดิม โดยมอบอำนาจให้คณะกรรมการนโยบายและครม.เป็นผู้ตัดสินใจ ข้อนี้หมายรวมถึงการจะอนุญาตให้กลุ่มทุนใดก็ได้รับใบอนุญาตไปโดยไม่ต้องประมูล แถมยังให้อภิสิทธิ์ในการยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายหลายฉบับ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการ รวมทั้งให้ครม.ยกเลิกกฎหมายหรือกฎที่เป็นอุปสรรคได้ด้วย
3.เปิดโอกาสให้อดีตผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรืออดีตกลุ่มทุนเป็นซุปเปอร์บอร์ดได้
ร่างล่าสุดของพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มาตรา 10 ระบุคุณสมบัติของผู้เป็นกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิ 6 ท่านในซุปเปอร์บอร์ดไว้ว่า ผู้ที่เคยเป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น กรรมการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง หรือผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งกรรมการ ผู้จัดการ บุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการ พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษา หรือตำแหน่งอื่นใดในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสถานบันเทิงครบวงจร สามารถได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการนโยบายได้ หากได้พ้นจากตำแหน่งนั้น ๆ มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
อีกข้อสังเกตที่เกี่ยวเนื่องกันคือ ให้ซุปเปอร์บอร์ดสามารถตั้งคณะอนุกรรมการ (ที่ประกอบด้วยซุปเปอร์บอร์ดเกินกึ่งหนึ่ง คือ 9 คน) ปฏิบัติงานตามที่มอบหมายได้ และให้ถือว่าการดำเนินการของคณะอนุกรรมการเป็นการดำเนินการของซุปเปอร์บอร์ดต้องไม่ลืมว่าซุปเปอร์บอร์ดชุดนี้มีอำนาจไม่น้อย การเขียนเงื่อนกฎหมายไว้เช่นนี้ จะเป็นผลดีอย่างไรต่อฝ่ายใดหรือไม่? น่าคิด
4. เปิดช่องให้ทำ Junket มหาภัย
ประเด็นใหม่ที่ถูกเติมเข้ามาในร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ฉบับเมดอินกฤษฎีกาล่าสุด
มาตรา 71 เขียนว่า “ผู้รับใบอนุญาตอาจจัดให้มีการดำเนินธุรกิจอื่นที่เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าไปในกาสิโนได้” บทบัญญัติสั้น ๆ ข้อนี้น่าทำความเข้าใจอย่างยิ่งว่า “ธุรกิจอื่น” ที่ว่านี้คืออะไร? ในวงการกาสิโน มีธุรกิจอื่นที่อำนวยความสะดวกแก่นักพนัน ที่เรียกว่า “Junket” ซึ่งหมายถึง กิจการนายหน้าที่คอยรับรองแขกวีไอพี โดยการรับอำนวยความสะดวกให้ทั้งหมด ตั้งแต่การจองตั๋วการเดินทาง จองโรงแรม ติดต่อเปิดห้องพิเศษในกาสิโน ที่สำคัญคือการอำนวยความสะดวกทางการเงิน โดยการรับฝากเงินของลูกค้าผ่านบัญชีบริษัท Junket เพื่อนำไปเปิดบัญชีกับกาสิโน
สิ่งที่น่าจับตามองคือ ธุรกิจ Junket ในบางประเทศ โดยเฉพาะที่มาเก๊า ถูกจับได้ว่าเป็นธุรกิจเพื่อบริการฟอกเงินให้กับวีไอพีทั้งหลาย ซึ่งมักจะไม่พ้นนักการเมือง ข้าราชการ รวมถึงนักธุรกิจผิดกฎหมายต่าง ๆ มีหลายกรณีที่เป็นที่ฮือฮาในเรื่องนี้ กรณีหนึ่งคือ การจับกุมนายอัลวิน โจว ของรัฐบาลจีนในปี 2021
อัลวิน โจว คือใคร? อัลวิน โจว คือผู้ก่อตั้งและซีอีโอของกลุ่ม Sun City บริษัทที่จังเก็ตรายใหญ่ของมาเก๊า ถูกรัฐบาลจีนจับกุมด้วยข้อหาเกี่ยวข้องกับการพนันข้ามพรมแดนและการฟอกเงินผิดกฎหมาย เขามีกิจการในกาสิโนที่มาเก๊า เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และเป็นบุคคลที่รัฐบาลออสเตรเลียขึ้นบัญชีดำ เนื่องจากพัวพันกับการฟอกเงิน ข่าวการประกาศความร่วมมือกันระหว่างคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ หรือ THACCA ของไทยกับนายลอเลนซ์ โฮ ซีอีโอของ Melco Resorts and Entertainment จากมาเก๊า เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่าน
มา จึงมีความน่าสนใจขึ้นมาอย่างยิ่ง เพราะพ่อของลอเลนซ์ โฮ คือ สแตนลีย์ โฮ อดีตเจ้าพ่อกาสิโนรายใหญ่ในมาเก๊าที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเคยถูกรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียขึ้นบัญชีดำฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกอั้งยี่ อาชญากรรม และการฟอกเงิน
การเพิ่มมาตรานี้เข้ามาในพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ฉบับนี้ มีความหมายอะไรหรือไม่?
5. ประเด็นเห็นต่างระหว่างกฤษฎีกากับรัฐบาล
ในเรื่องนี้มีอยู่ 2 ประเด็น ประเด็นที่หนึ่ง คือ มาตรา ๘๑ กำหนดให้บุคคลสัญชาติไทยซึ่งจะเล่นพนันในกาสิโนต้องมีเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำไม่น้อยกว่าห้าสิบล้านบาทต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าหกเดือน ซึ่งขัดกับฝ่ายรัฐบาลที่ต้องการเปิดช่องให้นักพนันไทยที่นิยมไปเล่นกาสิโนต่างประเทศสามารถเข้าเล่นได้ประเด็นที่สอง น่าสนใจมากกกว่า คือ มาตรา ๒๖ เรื่อง ทุนและทรัพย์สินในการดำเนินงานของสำนักงานควบคุม (เดิมใช้คำว่า “กำกับ”) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งร่างเดิมเขียนว่า “เงินและทรัพย์สินของสำนักงาน เมื่อหักค่าใช้จ่ายซึ่งคณะกรรมการนโยบายกำหนด เหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน” ซี่งเป็นการเปิดช่องให้สามารถมีการนำเงินจำนวนมหาศาลมาใช้ได้ เหลือเท่าไรค่อยส่งเข้าคลัง แต่มาร่างนี้มาตรา ๒๖
ท่อนท้ายกลับเขียนว่า “บรรดารายได้ของสำนักงานตามวรรคหนึ่งต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน” นี่
คือการหักด่านกันอย่างเห็น ๆ แล้วคนที่เป็นรัฐบาลจะว่าอย่างไร
ทั้งหมดคือ 5 ประเด็นที่เสนอให้จับตามอง




