Tomorrowland เกมใหม่เศรษฐกิจไทย

10 ก.ค. 2569 - 09:52

  • Mega Event ไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจยุคใหม่ ดึงนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง สร้างรายได้ และกระจายเม็ดเงินสู่หลายอุตสาหกรรม

  • Tomorrowland Thailand กับโอกาสสร้างมูลค่ากว่า 21,000 ล้านบาท พร้อมผลักดันไทยสู่เป้าหมาย Global Entertainment Hub และศูนย์กลางความบันเทิงระดับภูมิภาค

  • โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงการจัดงานให้สำเร็จ แต่คือการต่อยอดองค์ความรู้ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และโอกาสทางธุรกิจให้เกิดประโยชน์ระยะยาวกับประเทศ

Tomorrowland เกมใหม่เศรษฐกิจไทย

ครั้งหนึ่ง การแข่งขันของประเทศต่าง ๆ อยู่ที่การดึงดูดโรงงานอุตสาหกรรม เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ และฐานการผลิตของบริษัทข้ามชาติ แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สนามแข่งขันของเศรษฐกิจโลกได้ขยายไปสู่มิติใหม่ที่เรียกว่า Experience Economy หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย ‘ประสบการณ์’

ผู้คนไม่ได้เดินทางเพียงเพื่อพักผ่อนอีกต่อไป แต่เดินทางเพื่อเข้าร่วมคอนเสิร์ตระดับโลก เทศกาลดนตรี งานศิลปะ การแข่งขันกีฬา หรือมหกรรมความบันเทิงที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก

ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศจึงไม่ได้มอง Mega Event เป็นเพียงกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว แต่เป็น ‘สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ’ ที่สามารถสร้างรายได้มหาศาลภายในเวลาไม่กี่วัน

การที่ประเทศไทยสามารถดึง Tomorrowland มาจัดได้สำเร็จ จึงมีนัยสำคัญมากกว่าการมีเทศกาลดนตรีระดับโลกเพิ่มอีกหนึ่งงาน หากแต่เป็นบททดสอบว่า ประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยน ‘อุตสาหกรรมอีเวนต์’ ให้กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ได้หรือไม่

รัฐบาลประเมินว่า งานครั้งนี้จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 21,000 ล้านบาท สร้างรายได้ภาษีกว่า 1,400 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 20,000 ตำแหน่ง ขณะที่บัตรเข้าชมทั้ง 150,000 ใบถูกจำหน่ายหมดล่วงหน้า โดยกว่า 85% ของผู้เข้าร่วมงานเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ตัวเลขเหล่านี้มีความหมายมากกว่าความสำเร็จของผู้จัดงาน เพราะสะท้อนว่าการส่งออกประสบการณ์ กำลังกลายเป็นรูปแบบใหม่ของการส่งออกบริการ

นักท่องเที่ยวหนึ่งคนที่เดินทางมาร่วมงานไม่ได้จ่ายเงินเพียงค่าบัตรคอนเสิร์ต แต่ยังใช้จ่ายกับสายการบิน โรงแรม ร้านอาหาร ระบบขนส่ง ร้านค้าปลีก สถานบันเทิง และกิจกรรมท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกจำนวนมาก

ในทางเศรษฐศาสตร์ การใช้จ่ายลักษณะนี้ก่อให้เกิด Multiplier Effect หรือผลคูณทางเศรษฐกิจ เพราะเงินไม่ได้หยุดอยู่ที่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง แต่หมุนเวียนต่อไปยังผู้ประกอบการรายย่อย แรงงาน ซัพพลายเออร์ และชุมชนโดยรอบ

องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) เคยชี้ว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อร่วมอีเวนต์หรือเทศกาลระดับนานาชาติ มักมีการใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป และมีแนวโน้มพักค้างคืนยาวนานกว่า ส่งผลให้รายได้กระจายไปยังหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจ

นี่คือเหตุผลที่หลายประเทศแข่งขันกันอย่างหนักเพื่อดึง Mega Event เข้าประเทศ

สิงคโปร์ ลงทุนมหาศาลเพื่อเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน Formula 1 ซึ่งแม้จะใช้ต้นทุนสูง แต่รัฐบาลมองว่าเป็นเครื่องมือสร้างแบรนด์ประเทศและดึงนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง

ซาอุดีอาระเบีย ใช้งบประมาณจำนวนมากดึงเทศกาลดนตรี การแข่งขันกีฬา และอีเวนต์บันเทิงระดับโลกเข้าประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ Vision 2030 เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ใช้ทั้งงาน Expo Dubai การแข่งขันกีฬาระดับโลก และเทศกาลนานาชาติ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวและธุรกิจของตะวันออกกลาง

กล่าวอีกนัยหนึ่ง Mega Event ไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุน หากสามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้

สำหรับประเทศไทย ความท้าทายสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การจัดงานให้สำเร็จเพียงครั้งเดียว แต่คือการเปลี่ยนความสำเร็จนั้นให้กลายเป็นความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

เพราะหากประเทศไทยต้องการก้าวสู่การเป็น Global Entertainment Hub จริง สิ่งที่ต้องลงทุนไม่ใช่เพียงเวทีหรือระบบแสงสีเสียง แต่รวมถึงสนามบิน ระบบขนส่งสาธารณะ การอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า ความปลอดภัย มาตรฐานการจัดงาน บุคลากรด้านอีเวนต์ และกฎระเบียบที่เอื้อต่อผู้จัดงานระดับโลก

อีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการสร้าง Economic Legacy หรือมรดกทางเศรษฐกิจหลังจบงาน

หลายประเทศประสบความสำเร็จในการใช้ Mega Event เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ทั้งการสร้างบริษัทด้านโปรดักชัน ระบบภาพ แสง เสียง เทคโนโลยีดิจิทัล ธุรกิจสร้างสรรค์ และการพัฒนาบุคลากรที่สามารถรับงานระดับโลกได้ในอนาคต

หากประเทศไทยสามารถใช้ Tomorrowland เป็นเวทีถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการไทย ตั้งแต่วิศวกรระบบเสียง นักออกแบบเวที ทีมโปรดักชัน บริษัทอีเวนต์ ไปจนถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวท้องถิ่น ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นอาจมีมูลค่าสูงกว่ารายได้จากการจัดงานครั้งเดียวเสียอีก

ในอีกมิติหนึ่ง งานลักษณะนี้ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน Soft Power

ภาพนักท่องเที่ยวนับแสนคนที่เผยแพร่ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย เปรียบเสมือนการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยสู่สายตาคนนับล้านทั่วโลกโดยไม่ต้องซื้อเวลาโฆษณา ภาพอาหารไทย ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยวที่ปรากฏควบคู่กับงาน สามารถสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางครั้งใหม่ในอนาคตได้

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ Mega Event จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในวงกว้าง ไม่ใช่เพียงสร้างรายได้ให้ธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้จัดงานเท่านั้น แต่ต้องทำให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น โรงแรมขนาดเล็ก ร้านอาหาร ชุมชน และแรงงานไทยได้รับประโยชน์ร่วมกัน

ท้ายที่สุด Tomorrowland อาจเป็นเพียงงานดนตรีสามวัน แต่โจทย์ที่แท้จริงคือ ประเทศไทยจะใช้สามวันนั้นสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อีกกี่ปี

ในยุคที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนโรงงานหรือมูลค่าการส่งออก ประเทศที่สามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้เดินทางมาซื้อ "ประสบการณ์" จะเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบทางเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ

และหากประเทศไทยต้องการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและความบันเทิงของภูมิภาค Tomorrowland ก็อาจไม่ใช่เส้นชัย แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแข่งขันครั้งใหม่เท่านั้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์