ประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 3/2568 โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมที่กระทรวงฯ และผ่านระบบ
การประชุมออนไลน์ไปยังสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ ว่า จากสถานการณ์พายุโซนร้อนกำลังแรง “วิภา (WIPHA)” ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน และภาคกลางด้านตะวันตกของประเทศไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 22-24 กรกฎาคมนี้
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเตรียมความพร้อมทุกหน่วยงานในสังกัดทั้งส่วนกลางและภูมิภาค
ร่วมบูรณาการ เพื่อรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรและประชาชน ทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ โดยสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

1) ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัด ตรวจติดตาม บูรณาการทรัพยากรและการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนและระยะฟื้นฟู
2) เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัด ดำเนินการประเมิน วิเคราะห์สถานการณ์ สำรวจพื้นที่เสี่ยงด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ และเตรียมข้อมูลที่จำเป็นเพื่อจัดทำแผนเผชิญเหตุ เตรียมมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาเพื่อหยุดยั้งความเสียหาย เช่น การเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ การอพยพสัตว์ การบำบัดน้ำเสียในพื้นที่เกษตร และสำรวจความเสียหายและการเยียวยาช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ เป็นต้น โดยประสานงานร่วมกับกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอย่างต่อเนื่อง
3) หน่วยงานในสังกัด อาทิ กรมชลประทาน เตรียมความพร้อมเครื่องมือ-เครื่องจักร และเจ้าหน้าที่เพื่อรับมือจุดเสี่ยงที่อาจเกิดอุทกภัย กรมปศุสัตว์ เตรียมการอพยพสัตว์ จัดเตรียมเสบียง-อาหารสัตว์ เวชภัณฑ์ และทีมแพทย์ดูแลสุขภาพสัตว์ กรมประมง เตรียมการเฝ้าระวังบ่อปลา กระชังในพื้นที่เสี่ยง และสนับสนุนการดำเนินงาน ตามประกาศงดเดินเรือจังหวัด กรมพัฒนาที่ดิน เตรียมวัสดุอุปกรณ์เพื่อบำบัดน้ำเสีย ฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดิน และกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมพร้อมอากาศยานเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการช่วยเหลือในพื้นที่ประสบอุทกภัย
เป็นต้น




