ประธานชมรมผู้ค้าไข่กรุงเทพนมหานคร สุรินทร์ ชินวงศ์พรหม กล่าวว่า ความสับสนในเรื่องการปรับราคาขายไข่ไก่ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ถือว่าเป็นเรื่องปรกติของการขายไข่ไก่ เนื่องมาจากผู้บริโภคมีการซื้อไข่ไก่ในช่วงเทศกาลวันหยุดที่แตกต่างจากช่วงปรกติ
ในช่วงวันหยุดยาวเช่นปีใหม่ และสงกรานต์ ความต้องการบริโภคไข่ไก่จะลดลงเป็นประจำทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงที่มีงานเลี้ยง งานรื่นเริง การบริโภคอาหารจึงมีความหลากหลาย ทำให้การขายไข่ไก่ในช่วงเทศกาลลดลง จนเมื่อสิ้นสุดเทศกาลก็จะเริ่มกลับมาซื้อไข่ไก่ตามปรกติ
เขาอธิบายด้วยว่า ปริมาณไข่ไก่ในตลาดช่วงเทศกาล จึงเหลือคางรอการขาย อีกทั้งไข่ไก่มีอายุในการจัดเก็บที่ยังมีคุณภาพประมาณ 14 จากนั้นจะเป็นไข่ไก่ที่ผู้บริโภคไม่นิยม ไข่ไก่ที่รอการขายช่วงเทศกาล เมื่อรวมกับไข่ไก่ที่ออกมาใหม่ ทำให้ปริมาณไข่ไก่ในตลาดมากเกินความต้องการ
การขึ้นราคาในช่วงวันที่ 11 มกราคม จึงไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม และส่งผลให้เกิดปัญหาในการขายไข่ไก่ ผู้ขายไข่ไก่ก็พยายามระบายไข่รุ่นเดิมออกให้หมด ในขณะที่ไข่รุ่นใหม่ก็ออกมาในตลาด ประกอบกับการปรับราคาไข่ไก่ ทำให้กำลังซื้อลดลงไปด้วย
ทางชมรมฯ จึงได้หารือกับกลุ่มสมาคมผู้เลี้ยงไข่ไก่รายอื่น เรื่องการปรับลดราคาลงมาเท่าเดิม เพื่อระบายสต็อคไข่ไก่ในระบบให้กลับมาอยู่ในสภาวะปรกติให้เร็วที่สุด ซึ่งผู้ผลิตไข่ไก่ทุกรายก็เห็นด้วย และให้ความร่วมมือ
สำหรับไข่ไก่ในปี 2566 มีการผลิตออกสู่ตลาดประมาณวันละ 43 ล้านฟอง อัตราการบริโภคภายในประทศเฉลี่ยประมาณวันละ 42 ล้านฟอง ที่เหลือจะทำการส่งออก




