ปัจจัยหลักจากรัฐบาลไทย ส่งเสริมการเข้าลงทุนในไทย โดยให้สิทธิประโยชน์จูงใจกระตุ้นให้เกิดการลงทุน ท่ามกลางจุดแข็งในศักยภาพประเทศ ที่มี ‘ความพร้อมด้านวัตถุดิบ’ อย่างเพียงพอ มีอุตสาหกรรมสนับสนุน ทำให้วันนี้ฟากฝั่งรัฐบาลออกมาเผย ต่างชาติเชื่อมั่นลงทุนไทย โดย 4 เดือนแรกปี 2566 มีการลงทุนไปแล้วกว่า 38,702 ล้านบาท
1. ญี่ปุ่น 55 ราย สัดส่วนร้อยละ 25 เงินลงทุน 14,024 ล้านบาท
2. สิงคโปร์ 35 ราย สัดส่วนร้อยละ 16 เงินลงทุน 4,854 ล้านบาท
3. สหรัฐอเมริกา 34 ราย สัดส่วนร้อยละ 15 เงินลงทุน 1,725 ล้านบาท
4. จีน 14 ราย สัดส่วนร้อยละ 6 เงินลงทุน 11,230 ล้านบาท
5. สมาพันธรัฐสวิส 11 ราย สัดส่วนร้อยละ 5 เงินลงทุน 1,692 ล้านบาท
6. อื่นๆ 68 ราย สัดส่วนร้อยละ 33 เงินลงทุน 5,177 ล้านบาท
ญี่ปุ่น ครองอันดับ 1 เข้าลงทุนไทย
ตัวเลขจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยให้เห็นตัวเลขการลงทุนของแต่ละประเทศ ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2566 หรือตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน ได้อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย จำนวน 217 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 69 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 148 ราย เม็ดเงินลงทุน 38,702 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จ้างงานคนไทย 2,419 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่1. ญี่ปุ่น 55 ราย สัดส่วนร้อยละ 25 เงินลงทุน 14,024 ล้านบาท
2. สิงคโปร์ 35 ราย สัดส่วนร้อยละ 16 เงินลงทุน 4,854 ล้านบาท
3. สหรัฐอเมริกา 34 ราย สัดส่วนร้อยละ 15 เงินลงทุน 1,725 ล้านบาท
4. จีน 14 ราย สัดส่วนร้อยละ 6 เงินลงทุน 11,230 ล้านบาท
5. สมาพันธรัฐสวิส 11 ราย สัดส่วนร้อยละ 5 เงินลงทุน 1,692 ล้านบาท
6. อื่นๆ 68 ราย สัดส่วนร้อยละ 33 เงินลงทุน 5,177 ล้านบาท

ขณะที่การเปิดเผยของรัฐบาล โดย รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย เป็นผลจากการที่ต่างชาติเชื่อมั่นประเทศไทย นำเม็ดเงินเข้าลงทุนแล้วทั้งสิ้น 38,702 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 2,419 คน ซึ่งสำหรับธุรกิจที่ได้รับอนุญาต ในช่วง 4 เดือน ส่วนใหญ่ในพื้นที่ EEC จำนวน 43 ราย คิดเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด มีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 7,521 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 19 ของเงินลงทุนทั้งหมด เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น 17 ราย ลงทุน 2,816 ล้านบาท จีน 8 ราย ลงทุน 725 ล้านบาท ฮ่องกง 3 ราย ลงทุน 2,920 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ อีก 15 ราย ลงทุน 1,058 ล้านบาท
ทั้งนี้ แม้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย แต่นักลงทุนยังมีแผนขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนมีความเห็นว่าประเทศไทยมีปัจจัยเอื้ออำนวยหลายด้าน ทั้งวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่เพียงพอ มีบริการด้านการสื่อสาร ระบบขนส่งและโลจิสติกส์ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน รวมถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ศักยภาพของตลาด มาตรการสนับสนุนกิจการ แรงงานที่มีคุณภาพ
ทั้งนี้ แม้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย แต่นักลงทุนยังมีแผนขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนมีความเห็นว่าประเทศไทยมีปัจจัยเอื้ออำนวยหลายด้าน ทั้งวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่เพียงพอ มีบริการด้านการสื่อสาร ระบบขนส่งและโลจิสติกส์ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน รวมถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ศักยภาพของตลาด มาตรการสนับสนุนกิจการ แรงงานที่มีคุณภาพ



