ในวันนี้ (5 มี.ค.67) ศาลล้มละลายกลาง มีการพิจารณาคำร้องขอเข้าแผนฟื้นฟูกิจการของ JKN Global Group โดย แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ในฐานะ CEO ไปศาล พร้อมคู่ความ คือ บรรดาตัวแทนฝั่งเจ้าหนี้ทั้ง 14 กลุ่ม ที่ยื่นคัดค้านการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ
ในช่วงเช้าศาลเริ่มสืบพยานในฝั่ง JKN ที่เป็นผู้ขอเข้าสู่กระบวนการแผนฟื้นฟูฯ โดยซักถามตัวแทนจาก JKN เพิ่มเติมจากเอกสารที่ได้จัดส่งคำชี้แจงไปก่อนหน้านี้จำนวน 33 หน้า โดยในบางช่วง แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ได้ขอความเห็นใจจากศาล และบรรดาเจ้าหนี้ โดยยืนยันว่าทุกอย่างทำไปด้วยความหวังดี และต้องการรักษาและเปิดโอกาสให้ JKN สามารถที่จะปรับโครงสร้างและฟื้นฟูกิจการ แทนที่จะต้องปล่อยให้ล้มละลาย ที่จะมีผู้เสียประโยชน์เป็นจำนวนมาก ทั้งเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นของ JKN
นอกจากนี้ยังเสนอขอร่วมทำแผนฟื้นฟูร่วมกับตัวแทนฝั่งเจ้าหนี้ โดยอ้างว่า มีเจตนาดีที่อยากจะให้มีการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ทุกกลุ่ม ประกอบกับกิจการของ JKN เป็นธุรกิจในสายบันเทิง ที่ต้องการประสบการณ์ของคนที่มีประสบการณ์และผู้ชำนาญการพิเศษหรือ Specialist ในการจัดการ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการบริหารสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน intangible assets เช่นเรื่องของ ลิขสิทธิ์ และ Goodwill
ศาลได้แจ้งต่อตัวแทนฝั่งลูกหนี้ คือ แอน จักรพงษ์ว่า คดีนี้มีตัวแทนฝั่งเจ้าหนี้เป็นจำนวนมาก 3,135 ราย เป็นเจ้าหนี้สถาบันการเงิน และเจ้าหนี้การค้า 109 ราย เจ้าหนี้หุ้นกู้ 3,026 ราย โดยมีเจ้าหนี้หุ้นกู้กลุ่มใหญ่คัดค้านถึง 1,862 ราย และ เจ้าหนี้สถาบันการเงินและเจ้าหนี้การค้า 54 ราย ซึ่งหากมีการอนุมัติให้เข้าแผนฟื้นฟูฯ ก็คงต้องให้ผู้ทำแผนฟื้นฟูฯเป็นตัวแทนจากฝั่งเจ้าหนี้ โดยผู้บริหารเดิมต้องหมดอำนาจ
อย่างไรก็ตามปัญหาก็ คือ ขณะนี้ตัวแทนฝั่งเจ้าหนี้ส่วนใหญ่คัดค้านการเข้าแผนฟื้นฟู ยกเว้น Ernst & Young หรือ EY ที่เสนอโดย Morgan Stanley และเจ้าหนี้หุ้นกู้อีกรายที่ร้องขอเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูฯ
ในช่วงบ่ายศาลได้ไต่สวนตัวแทนฝั่งเจ้าหนี้ทั้ง 1,916 ราย โดยแยกเป็น14 กลุ่ม ซึ่งนอกเหนือจาก ตัวแทนผู้ถือหุ้นกู้แล้ว ยังมี ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทยธนชาติ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และ วิชัย ทองแตง และเจ้าหนี้การค้าบางราย
หลังการไต่สวนพยานในฝั่งเจ้าหนี้เสร็จสิ้น ศาลได้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 23 เมษายน เวลา 9:00 น.

