ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า ปัจจุบัน สถานการณ์เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวจากนโยบายการเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ซึ่งต้องยอมรับว่าฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต้องอาศัยกำลังแรงงานเป็นปัจจัยการผลิตและเป็นทุนมนุษย์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาในทุกระดับ
แต่ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาเชิงโครงสร้างและขาดแคลนแรงงานทั้งด้านปริมาณและคุณภาพอย่างรุนแรงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจท่องเที่ยว และบริการ ภาคธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและผู้ประกอบการ SMEs ยังประสบปัญหาและมีความต้องการแรงงานจำนวนมาก เพื่อรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
โดยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับกระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน ในการเร่งแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว MOU ที่ไม่สามารถจัดทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางและการตรวจลงตราได้ทัน ซึ่งมีจำนวนรวมกว่า 3-4 แสนคน ที่จะประสบปัญหามีสถานะเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย นั้น
จากที่กล่าวมาเบื้องต้น เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอเกี่ยวกับการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว จำนวน 2 กลุ่ม คือ แรงงาน ต่างด้าว MOU 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) และแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งไม่สามารถจัดทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางและการตรวจลงตราได้ทันภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 ให้สามารถทำงานและอยู่ในราชอาณาจักรได้ถึงเดือนกรกฎาคม 2566
ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวได้ตรงเป้าหมาย ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น หรืองาน 3D และลดภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างผู้ประกอบการและลูกจ้างในสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจได้
ดร.พจน์ ยังกล่าวขอบคุณ นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) และ 2 รองนายกฯ (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ - ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (สุชาติ ชมกลิ่น) ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน และหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ได้มีมาตรการเชิงรุกต่างๆ ในการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวของประเทศไทย และแก้ไขปัญหาการแรงงานต่างด้าวในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น
นอกจากนี้ ประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบกิจการทั่วประเทศ โปรดเตรียมนำแรงงานต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรี มาขึ้นทะเบียนตามแนวทางการบริหารจัดการการทำงานของ คนต่างด้าว
แต่ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาเชิงโครงสร้างและขาดแคลนแรงงานทั้งด้านปริมาณและคุณภาพอย่างรุนแรงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจท่องเที่ยว และบริการ ภาคธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและผู้ประกอบการ SMEs ยังประสบปัญหาและมีความต้องการแรงงานจำนวนมาก เพื่อรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
โดยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับกระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน ในการเร่งแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว MOU ที่ไม่สามารถจัดทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางและการตรวจลงตราได้ทัน ซึ่งมีจำนวนรวมกว่า 3-4 แสนคน ที่จะประสบปัญหามีสถานะเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย นั้น
จากที่กล่าวมาเบื้องต้น เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอเกี่ยวกับการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว จำนวน 2 กลุ่ม คือ แรงงาน ต่างด้าว MOU 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) และแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งไม่สามารถจัดทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางและการตรวจลงตราได้ทันภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 ให้สามารถทำงานและอยู่ในราชอาณาจักรได้ถึงเดือนกรกฎาคม 2566
ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวได้ตรงเป้าหมาย ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น หรืองาน 3D และลดภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างผู้ประกอบการและลูกจ้างในสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจได้
ดร.พจน์ ยังกล่าวขอบคุณ นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) และ 2 รองนายกฯ (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ - ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (สุชาติ ชมกลิ่น) ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน และหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ได้มีมาตรการเชิงรุกต่างๆ ในการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวของประเทศไทย และแก้ไขปัญหาการแรงงานต่างด้าวในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น
นอกจากนี้ ประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบกิจการทั่วประเทศ โปรดเตรียมนำแรงงานต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรี มาขึ้นทะเบียนตามแนวทางการบริหารจัดการการทำงานของ คนต่างด้าว



