อดีตบิ๊ก กสทช.แจงยิบ 10 ปมสะดุดถ่ายทอดสดบอลโลก 2022

7 ธ.ค. 2565 - 14:40

  • หาก กกท.ไม่ทำตามวัตถุประสงค์บันทึกข้อตกลงและไม่คืนเงิน อาจฟ้องคดีตามมา รวมถึงขอรับการสนับสนุนถ่ายทอดสดรายการกีฬาสำคัญในอนาคต โอลิมปิกส์ เอเชี่ยนเกมส์

  • ชี้เป็นสิ่งที่ กสทช.ต้องพิจารณาถี่ถ้วนความสามารถการทำตามข้อตกลงของผู้ขอรับการสนับสนุน กันไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

Economics_nbtc_sat_issue_broadcast_live_worldcup2022_SPACEBAR_Hero_67753d8516.jpeg
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีต กรรมการ กสทช.ที่ปรึกษากรรมการ กสทช.เผยแพร่บทความ ‘ปัญหาการถ่ายทอดฟุตบอลโลก ตามบันทึกข้อตกลง’ พร้อมแจกแจงปัญหาการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022  ใน10 ประเด็น  

1. กสทช.มีมติอนุมัติเงินสนับสนุนเพื่อให้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โดย กกท.และสำนักงาน กสทช.ได้ทำบันทึกข้อตกลงเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและคนด้อยโอกาสสามารถรับชมการถ่ายทอดสด และเพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. สามารถถ่ายทอดสดได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ภายใต้ประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดย กกท.ตกลงยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตได้สิทธิแพร่ภาพแพร่เสียงโดยให้มีการออกอากาศผ่านผู้รับใบอนุญาตที่อยู่ภายใต้การกำกับของ กสทช. 

2. หาก กกท.ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในบันทึกข้อตกลงได้ สำนักงาน กสทช.สงวนสิทธิในการยกเลิกการสนับสนุนหรือเรียกคืนเงินที่ได้สนับสนุนไปแล้ว โดย กกท.ต้องคืนเงินใน 15 วัน 

3. กกท.ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงกับเอกชน เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2565 เนื้อหาของบันทึกข้อตกลงเป็นความลับ แต่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนว่า กกท.รับรองกับเอกชนว่า กสทช.ได้แจ้งมิให้ผู้รับใบอนุญาตเผยแพร่การแข่งขันผ่านระบบ IPTV ระบบอินเทอร์เน็ต ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ และระบบ OTT แล้ว และ กกท. รับรองว่าจะดำเนินการไม่ให้มีการนำสัญญาณไปออกอากาศในช่องทางดังกล่าว 

4. ในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิของเอกชนที่ให้การสนับสนุนรายนี้ กกท.ตกลงที่จะคืนเงินทั้งหมดทันที 

5. แต่ปรากฏหลักฐานตามหนังสือที่ กกท.แจ้งเอกชนเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2565 ว่า กกท.ได้หารือเรื่องการปิดสัญญาณการถ่ายทอดผ่านระบบ IPTV ระบบอินเทอร์เน็ต ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ และระบบ OTT กับสำนักงาน กสทช.แล้ว และสำนักงาน กสทช.มีหนังสือตอบกลับเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2565 ซึ่งเป็นวันหลังจากวันทำบันทึกข้อตกลงกับเอกชนซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2565 แต่ทำไมในบันทึกข้อตกลงกับเอกชนกลับอ้างว่า กสทช.ได้แจ้งมิให้มีการเผยแพร่การแข่งขันผ่านระบบต่างๆ แล้ว อย่างไรก็ตาม ในหนังสือที่ กกท.แจ้งเอกชนมีการระบุว่า หากบันทึกข้อตกลงกับเอกชน ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย หลักเกณฑ์และบันทึกข้อตกลงกับ สำนักงาน กสทช. กกท. ก็ไม่อาจดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงกับเอกชนได้ 

6. ที่ประชุม กสทช.เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2565 มีความเห็นว่า กรณีการแจ้งผู้ให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์เผยแพร่รายการของกิจการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (Must Carry) ไม่รวมถึง IPTV เป็นการขัดต่อประกาศที่ต้องการให้ออกอากาศผ่านทุกช่องทาง 

7. สำนักงาน กสทช.มีหนังสือแจ้ง กกท.เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2565 ว่า ตามบันทึกข้อตกลงที่ กกท.ทำกับสำนักงาน กสทช.มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาชนทั่วไปและคนด้อยโอกาสสามารถรับชมการถ่ายทอดสด และเพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช.สามารถถ่ายทอดสดได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ภายใต้ประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน กกท.ยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไขและปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลง รวมทั้งต้องดำเนินการให้ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ที่มีการบอกรับสมาชิกสามารถออกอากาศการถ่ายทอดสดตามหลัก Must Carry ได้โดยทันทีนับแต่วันรับหนังสือนี้ หากไม่สามารถแก้ไขหรือดำเนินการให้ถูกต้องได้ กกท.มีหน้าที่ต้องคืนเงินสนับสนุน 

8. ความสับสนเกิดจากการที่ กกท.อ้างคำสั่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาว่าเกิดจากการใช้สิทธิของเอกชนผู้รับสิทธิ เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องและไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติตามเงื่อนไขในบันทึกข้อตกลงกับ สำนักงาน กสทช.แต่อย่างใด 

9. แต่โดยเนื้อแท้แล้ว ประเด็นคำถามสำคัญคือ การยกสิทธิให้เอกชนตามบันทีกข้อตกลงกับ กกท.นั้นเป็นเหตุให้การดำเนินการขัดกับวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงกับ สำนักงาน กสทช.หรือไม่ หากขัดกับวัตถุประสงค์ของบันทีกข้อตกลงจริง สำนักงาน กสทช.ก็มีสิทธิเรียกเงินสนับสนุนคืน และ กกท.ก็มีหน้าที่ต้องคืนเงินใน 15 วัน โดยไม่เกี่ยวกับคำสั่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาแต่อย่างใด 

10. หาก กกท.ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงและไม่คืนเงิน เป็นไปได้ว่าอาจจะมีฟ้องคดีตามมา และการขอรับการสนับสนุนการถ่ายทอดสดรายการกีฬาสำคัญในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น กีฬาโอลิมปิกส์ กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ คงเป็นสิ่งที่ กสทช.สมควรจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงความสามารถในการปฏิบัติตามข้อตกลงของผู้ขอรับการสนับสนุนอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์