ผลกระทบของการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมีทั้งด้านบวกและลบ และเป็นประเด็นวิวาทะทุกครั้งที่มีการประกาศจะขึ้นค่าแรง หลังจากที่ไทยมีประเด็นนี้ขึ้นมาอีกครั้งในฐานะนโยบายหาเสียงของพรรคหลักๆ ก็ควรที่เราจะมาลองดูประสบการณ์ของต่างประเทศที่เคยขึ้นหรือเคยคิดจะขึ้นค่าแรงกันก่อน เพราะถึงแม้เงื่อนไขของแต่ละประเทศจะต่างกัน แต่กลไกของเศรษฐกิจนั้นไม่ต่างกันเลย
เช่น ในสหรัฐมีความพยายามที่จะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในช่วงรัฐบาลของ โจ ไบเดน แต่ไม่ผ่านทั้งสองสภา เพราะหาทางออกให้กับวิวาทะเรื่องข้อดีกับข้อเสียของการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้
เพราะมีทั้งฝ่ายที่ชี้ว่าการขึ้นค่าแรงจะทำให้ของแพงขึ้น แต่อีกฝ่ายแย้งว่าการขึ้นค่าแรงในช่วงของแพงเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
เช่น ในสหรัฐมีความพยายามที่จะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในช่วงรัฐบาลของ โจ ไบเดน แต่ไม่ผ่านทั้งสองสภา เพราะหาทางออกให้กับวิวาทะเรื่องข้อดีกับข้อเสียของการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้
ฝ่ายสนับสนุน
- รายงานของสำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) ของสหรัฐประจำปี 2019 คาดการณ์โดยสมมติว่าถ้าค่าจ้างขั้นต่ำต่อชั่วโมงอยู่ที่ 15 ดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2025 การขึ้นค่าแรงแบบนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชาชนอย่างน้อย 17 ล้านคนอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงประชากรประมาณ 1.3 ล้านคนที่ได้รับการยกระดับให้อยู่เหนือเส้นความยากจน
- ฝ่ายสนับสนุนเชื่อว่าการขึ้นค่าแรงจะทำให้คนทำงานมีกำลังใจมากขึ้นที่จะทำงาน และทำให้มีกำลังการผลิตมากขึ้น จากการศึกษาในปี 1990 ที่ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดที่เขียนโดย George Akerlof และ Janet Yellen พบว่าความทุ่มเทและขวัญกำลังใจของพนักงานมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความพึงพอใจในค่าจ้าง เมื่อคนงานพอใจกับค่าจ้าง พวกเขาก็ทำงานหนักขึ้น
- เมื่อแรงงานมีรายได้มากขึ้นก็จะมีกำลังซื้อมากขึ้น เมื่อซื้อของกันมากขึ้นก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการค้าขายของธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจอื่นๆ อันที่จริง ค่าแรงที่ไล่ตามเงินเฟ้อไม่ทัน เช่น ในสหรัฐ ทำให้กำลังซื้อของแรงงานต่ำเกินไป จนไม่สามารถซื้อของเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยได้ การขึ้นค่าแรงจึงเป็นตัวช่วยเศรษฐกิจในแง่นี้
ฝ่ายคัดค้าน
- การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะทำให้ต้นทุนการประกอบธุรกิจสูงขึ้น จนกระทั่งภาคธุรกิจทำกำไรได้น้อย จนกระทั่งทำให้เศรษฐกิจซบเซาลง ผู้ที่เตือนในเรื่องนี้ เช่น Ed Rensi อดีต CEO ของ McDonald บอกกับ Fox Business ว่า “คุณมีแค่ทางเลือกเดียว คือ คุณจะเจ๊งเพราะขึ้นราคา หรือเจ๊งเพราะเสียเงินเพราะขึ้นราคาไม่ได้”
- การขึ้นค่าแรงทำให้ภาคธุรกิจแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น จนต้องปลดพนักงานออกเป็นจำนวนมาก รายงานของ CBO ปี 2019 ประมาณการว่าการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมงภายในปี 2025 จะส่งผลให้สูญเสียตำแหน่งงานประมาณ 1.3 ล้านตำแหน่ง ในขณะที่ Ed Rensi อดีต CEO ของ McDonald ยังบอกกับ Fox Business ว่า ถ้าขึ้นค่าแรงกิจการอาจต้องขึ้นราคาหรือไม่ก็หันไปใช้ซอฟต์แวร์อัตโนมัติแทนที่แรงงาน เพื่อประหยัดต้นทุน
- การขึ้นค่าแรงทำให้ภาคธุรกิจต้องเพิ่มราคาสินค้าและบริการเพื่อนำเงินมาทบกับส่วนที่ต้องจ่ายค่าแรงเพิ่ม ผลก็คือ สินค้าในตลาดจะแพงขึ้น ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ด้วยเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นหากคำนวณแล้วสูงพอๆ กับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นเพราะการขึ้นค่าแรง สุดท้ายแล้วการขึ้นค่าแรงจะไม่คุ้มกับทุกฝ่าย
เพราะมีทั้งฝ่ายที่ชี้ว่าการขึ้นค่าแรงจะทำให้ของแพงขึ้น แต่อีกฝ่ายแย้งว่าการขึ้นค่าแรงในช่วงของแพงเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว




